สรุปบิ๊กดีล “ธนชาต” รวม “ทหารไทย”

ธนชาต รวม ทหารไทย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการรวมกันครั้งนี้ไม่ใช่ TCAP รวมกับ TMB แต่คือการรวมกันของธนาคารธนชาติ (TBANK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TCAP ควบรวมกับ TMB เน้นอีกครั้งว่าเป็นการ “ควบรวม” กันโดยไม่มีการ “ฮุบ” กันเกิดขึ้น หลังควบรวมธนาคารใหม่จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบริษัททุนธนชาติ (TCAP), ธนาคารโนวาสโกเทีย (BNS), ธนาคารไอเอ็นจี (ING) และ กระทรวงการคลัง (MOF) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของทั้ง 2 ธนาคารนั่นเอง

ธนชาต รวม ทหารไทย

รูปที่ 1 – รายละเอียดผู้ถือหุ้นหลังการควบรวม
ที่มา: tcap.listedcompany.com

TCAP ผู้ถือหุ้นเดิมของ TBANK จะถือหุ้นไม่น้อยกว่า 20% และอยู่ในบอร์ดของธนาคารใหม่ในฐานะเสาหลักของการบริหารธนาคารใหม่ ดังนั้นผู้ถือหุ้นของทั้งสองฝ่ายจึงสบายใจได้ เพราะฝีมือทีมบริหารของบริษัททุนธนชาติไม่ธรรมดา ดูผลงานผ่านราคาหุ้นและการเติบโตของกำไรย้อนหลัง 5 ปีของ TCAP ได้

รูปที่ 2 : กราฟราคาหุ้น TCAP ย้อนหลัง 5 ปี
ที่มา: finnomena.com/stock

ปี 2558 TCAP มีราคาหุ้นอยู่ที่ 36.50 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 54 บาท
ส่วนกำไรก็เติบโตเช่นกันจาก 5,436 ลบ.ในปี 2558 มาเป็น 7,839 ลบ.ในปี 2561

นอกจากนั้นยังมีปันผลที่บริษัทปันออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 เป็นเงิน 2.60 บาทต่อหุ้น จ่ายไปแล้ววันที่ 22 ตุลาคม 2561 หุ้นละ 1.00 บาท และเหลืออีก 1.60 บาท ที่จะขออนุมัติจ่ายจากการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายน นี้

ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ไม่ธรรมดาเป็นเซียนหุ้นที่หลายท่านคุ้นชื่อดีอย่างท่านดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรนี่เอง นี่คือสาเหตุว่าทำไมผมเรียกดีลนี้ว่าเป็น “บิ๊กดีล”

ธนชาต รวม ทหารไทย

รูปที่ 3 – รายชื่อผู้ถือหุ้น TCAP
ที่มา: finnomena.com/stock

การรวมกันครั้งนี้ได้ประโยชน์อย่างไร?

TBANK และ TMB รวมกันเมื่อไหร่จะทำให้ธนาคารแห่งใหม่กลายเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ ที่มีขนาดใกล้เคียงกับอันดับ 5 มากขึ้นกว่าปัจจุบันมาก เป็นผู้นำอันดับ 1 ในเรื่องสินเชื่อรถยนต์ มีแพลตฟอร์มการลงทุนกองทุนที่ลงทุนได้ทุกบลจ. (Open Architecture) มีฐานลูกค้ามากกว่า 10 ล้านคน และมีส่วนแบ่งการตลาดของเงินฝากและสินเชื่อรวม 12% กลายเป็นธนาคารที่เป็น Key Player ของอุตสาหกรรมธนาคารไทยทันที

แน่นอนเมื่อควบรวมกันมูลค่ากิจการก็ต้องเพิ่มขึ้นเพราะ 2 ธนาคารรวมกันจะมีสินทรัพย์แตะ 2 ล้านล้านบาท (สูงพอๆกับงบพัฒนาประเทศรัฐบาลชุดก่อนเลย) ธนาคารใหม่จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพได้จากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น การพัฒนาแอปและเทคโนโลยีต่างๆก็ทำอันเดียว พนักงานหนึ่งคนจากขายผลิตภัณท์ทางการเงินให้ธนาคารเดียวก็สามารถขายให้ได้ทั้ง 2 ธนาคาร สาขาไหนอยู่ใกล้ๆกันก็อาจจะจับมารวมกัน ใช้พนักงานร่วมกันสามารถให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น พนักงานเยอะขึ้นลูกค้าก็ไม่ต้องรอนาน พนักงานสามารถแชร์ความรู้ แชร์ Know-how ให้กันและกันในเรื่องที่ตนเองเก่ง เช่น TBANK เก่งเรื่องสินเชื่อเช่าซื้อก็สามารถถ่ายทอดความรู้นี้ให้พนักงาน TMB ได้ซึ่งจะไปเพิ่มประสิทธิภาพในการขายผลิตภัณท์ทางการเงินต่างๆผ่านเครือข่ายของธนาคารใหม่ ที่เกิดจากการรวมกันของทั้ง 2 ธนาคาร ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รายได้มีแนวโน้มเติบโต และแน่นอนจะส่งผลให้กำไรเติบโตตามไปด้วยในระยะยาว

ธนชาต รวม ทหารไทย

รูปที่ 4 – สรุปจุดแข็งของการรวมตัวกัน

Synergy ของการควบรวมมาจากไหนบ้าง?

หากรู้จักธนาคารธนชาติจะรู้ว่า TBANK เป็นธนาคารที่ Loan Yield สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยจากการเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แต่ข้อเสียก็คือ TBANK มีต้นทุนเงินฝากที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นหาก TBANK รวมกับ TMB ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีต้นทุนเงินฝากต่ำมาผนวกกับศักยภาพการปล่อยสินเชื่อของ  TBANK จะส่งผลให้ Spread หรืออัตราส่วนต่างผลตอบแทนสูงขึ้น และมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม มี CASA Deposit (เงินฝากที่เป็นออมทรัพย์และกระแสรายวัน) เป็นสัดส่วนสูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งตามหลักการแล้วกำไรต้องดีขึ้น การรวมกันจะช่วยใช้จุดแข็งของทั้งสองมากลบจุดอ่อนของกันและกัน

รูปที่ 5 – เปรียบเทียบ Loan Yield และ Cost of Deposit ของธนาคารในไทย
ที่มา: tcap.listedcompany.com

TBANK มีฐานเงินฝากที่เป็น SME กับ Large Corporate น้อย ถ้าได้รวมกับ TMB จะทำให้ฐานเงินฝากมีความมั่นคงและมีความเสี่ยงลดลงจากฐานลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ฐานลูกค้า SME จาก TMB ซึ่ง TBANK ยังมีน้อย และถือเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วมาก การรวมกันทำให้ธนาคารใหม่มีฐานลูกค้า SME ติดอันดับ 5 ของไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 6.5%  ในขณะเดียวกัน TMB ก็ไม่มีลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อเลย การได้ TBANK เข้ามาร่วมกันถือว่าเป็นการเติมเต็มกันและกันอย่างแท้ทรู

รูปที่ 6 – เปรียบเทียบสัดส่วนสินเชื่อและประเภทเงินฝากของ TBANK และ TMB
ที่มา: KT Zmico Research วันที่ 28 กพ. 2562

แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นความดีงามที่สุดของดีลนี้คือการทำ Cross-Selling กับผลิตภัณท์อย่าง สินเชื่อและการขายกองทุนให้กับฐานลูกค้าระดับ 10 ล้านคนโดยที่ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดและพนักงานแทบไม่เพิ่มขึ้นเลยเพราะเป็นการดำเนินงานบนพื้นฐานทรัพยากรเดิมทั้งหมด ได้รายได้มาเท่าไหร่ลงเป็นกำไรบรรทัดสุดท้ายเต็มๆ

หากเป็นไปตามรายละเอียดที่ผมสรุปทั้งหมดนี้ แทบจะไม่มีใครเสียผลประโยชน์เลย นักลงทุนก็สามารถได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ลูกค้าได้การบริการที่หลากหลายและสะดวกสบายกว่าเดิม พนักงานได้ความมั่นคงในหน้าที่การงาน และได้พัฒนาความสามารถทำงานที่ท้าทายกว่าเดิม

แล้วพอรวมกันแล้วธนาคารใหม่จะใช้ชื่ออะไร? ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศแต่หลักการคือคงนำเอาจุดเด่นของชื่อแบรนด์ทั้ง 2 แบรนด์มาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ในขณะที่การควบรวมยังไม่เสร็จทั้ง 2 ธนาคารจะใช้ชื่อเดิมไปก่อน ในต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ผมเห็นพอควบรวมกันก็คงเอาชื่อมาอยู่ด้วยกันเช่นในปี 2000 Chase Manhattan Corp. ควบรวมกับ JPMorgan และธนาคารอื่นๆกลายเป็น JPMorgan Chase & Co. แบบในปัจจุบัน ส่วนกรณีของ TBANK และ TMB จะเป็นธนชาตทหารไทย หรือชื่ออื่นๆนั้นคงต้องติดตามต่อไป

ตอนนี้กระบวนการ การรวมกันยังอยู่ในระหว่างการทำ Due Diligence ใช้เวลา 2-3 เดือนและรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกลต. คาดว่าการรวมกันของทั้งสองจะเสร็จสิ้นได้ภายในสิ้นปี 2019 นั่นหมายความว่าปี 2020 เราจะมีธนาคารขนาดใหญ่รายใหม่เกิดขึ้นในไทยแน่นอน

การรวมกันของ TBANK และ TMB มีความเสี่ยงหรือไม่?

ตอบกันตามตรงก็คือ มีความเสี่ยงในระยะสั้น แต่ระยะยาวค่อนข้างมีแนวโน้มเป็นบวก จากผลที่ผมได้เขียนอธิบายไปแล้วในข้างต้น ความเสี่ยงหลักๆน่าจะอยู่ที่การดำเนินงานของทั้ง TBANK และ TMB ว่าจะสามารถบริหารให้การเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานจากธนาคารเดิมมาธนาคารใหม่ให้เร็วที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดได้อย่างไร? การรวมพนักงาน 20,000 คนภายใต้องค์กรเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าการควบรวมจะสมบูรณ์แบบได้ต้องใช้เวลา 1-2 ปี

การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเสมอ หน้าที่ของนักลงทุนคือการดูให้แน่ใจว่าในความเสี่ยงนั้นมีโอกาสอยู่หรือไม่? ถ้ามีโอกาสกควรจะต้องประเมินว่าโอกาสนั้นให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเอาเงินไปลงทุนหรือเปล่า

ผลตอบแทนคาดหวังของนักลงทุนแต่ละคนแตกต่างกัน ผมตอบแทนใครไม่ได้ว่าหุ้น TCAP และ TMB เป็นหุ้นที่น่าซื้อลงทุนหรือไม่ในช่วงนี้ ผมบอกได้แค่ว่าการควบรวมแบบนี้เป็นประโยชน์อย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เพราะอย่างไรก็ดีผมเชื่อว่าผู้ที่อ่านเพจของผมเป็นนักลงทุนที่คิดเป็น ทำเป็นกันทุกคน การลงทุนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ที่ใครมองส่วนไหนและตีความอย่างไร?
~ขอให้ประสบความสำเร็จกำไรจากหุ้นกันทุกคนครับ

หากใครยังสงสัยอยากหาข้อมูลเพิ่มเติม ดูวีดีโอได้ที่นี่เลยครับ -> https://www.facebook.com/money2know/videos/629243220866924?sfns=mo

Bufffettcode Feat. TBANK