TFFIF โอกาสลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงของประเทศ

TFFIF โอกาสลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงของประเทศ

 TFFIF โอกาสลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงของประเทศ

“ทางด่วนหรือทางพิเศษ” หนึ่งในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่หลายๆ คนอยากร่วมลงทุน!!!

เนื่องจากทางพิเศษเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องได้รับสัมปทานจากภาครัฐ ทำให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันในระดับต่ำ

แถมเดี๋ยวนี้ รถก็ติดมากขึ้นเรื่อยๆ ทางพิเศษกลายเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ หลายสิบล้านคนต้องใช้ทุกวันไปแล้ว

วันนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาทางพิเศษ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น

โดยนำโครงการทางพิเศษที่มีรายได้มั่นคง มาระดมทุน ผ่านการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

น่าสนใจยังไง แอดรวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว เปิดขายเมื่อไหร่เล็งกันไว้ได้เลย !

แอดมิน Buffettcode X การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

การจะสร้างพิเศษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

โดยการสร้างทางพิเศษ 1 กิโลเมตรต้องใช้เงินมากถึง 1,000 ล้านบาท ราคาแพงขึ้นจากที่ในอดีตใช้เงินเพียง 500 ล้านบาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ยิ่งสร้างช้า ราคายิ่งแพง สุดท้ายก็จะสะท้อนมาที่อัตราค่าผ่านทางที่ประชาชนต้องจ่ายสูงขึ้นและค่าเสียโอกาสมหาศาล

ที่มา: บทสัมภาษณ์เสวนาผู้บริหารและพนักงานกทพ.ครั้งที่ 1

วันที่ 16 สิงหาคม 2561

หากการจราจรติดขัด เศรษฐกิจของชาติก็จะติดขัดไปด้วยเพราะการทำธุรกิจทุกประเภทต้องมีการเดินทาง

ประเทศชาติจะสูญเสียมหาศาลจากการที่ทรัพยากรสำคัญของประเทศซึ่งก็คือคนต้องติดอยู่บนถนนอย่างไร้ประโยชน์

กทพ.จึงจำเป็นต้องลงทุนสร้างทางพิเศษเพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในอนาคต

การเติบโตของ GDP ประเทศไทย

2558 – 3%

2559 – 3.30%

2560 – 3.90%

2561F – 3.30%

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ,ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออกมีรายได้และความมั่งคั่งสูงขึ้นวัดจาก ระดับ GPP ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 4.4% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2559

การเติบโตเฉลี่ยของ GPP มีการเติบโตสูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของ GDP ของประเทศไทยที่มีการเติบโตเพียง 3.5% ต่อปีในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

สาเหตุหลักมาจากการที่กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและประชากรของประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดชลบุรีและพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการจ้างงานและกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมสูงในประเทศไทย

เมื่อประชากรมีความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้นจะมีผู้ใช้ทางหันมาใช้ทางที่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางมากขึ้นแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าผ่านทาง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เวลาในการเดินทางที่นานกว่าบนทางที่ไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทาง

GPP รวมของจังหวัดกรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ระยอง

2554 –  4.37 ล้านล้านบาท

2555 – 4.72 ล้านล้านบาท

2556 – 4.89 ล้านล้านบาท

2557 – 5.00 ล้านล้านบาท

2558 – 5.20 ล้านล้านบาท

2559 – 5.41 ล้านล้านบาท

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

เดิมกิจการทางพิเศษเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐแต่เพียงผู้เดียวแต่ตอนนี้ได้เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับนักลงทุนไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเหล่านี้ด้วย

คู่แข่งของทางพิเศษมีน้อยมาก(เอาจริงๆ ก็คือเกือบไม่มีเลย ณ. ตอนนี้) และเป็นอุตสาหกรรมที่ถือว่าเป็นสัมปทาน เพราะไม่ใช่ใครๆจะสร้างทางพิเศษได้

ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีมีเงินต้องการจะมีรายได้จากธุรกิจที่มั่นคงบ้าง ก็ไม่สามารถทำธุรกิจทางพิเศษนี้ได้

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

นักลงทุนมีโอกาสได้รับเงินปันผลและเงินลดทุน (ในกรณีที่กองทุนมีสภาพคล่องส่วนเกิน) จากการลงทุนในทางพิเศษที่มีรายได้ที่สม่ำเสมออย่างทางพิเศษฉลองรัช (จตุโชติ-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ซึ่งวิ่งผ่านนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายแห่ง แหล่งท่องเที่ยวดังๆเช่น พัทยา และได้รับประโยชน์จากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นจากโครงการพิเศษอย่างการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และกำลังซื้อของประชากรที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

TFFIF เป็นกองทุนรวมปิดโดยมีนโยบายการลงทุนเป็นการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่กองทุนอย่างต่อเนื่อง

โดยสิทธิในการรับรายได้จากทางพิเศษถือเป็นสินทรัพย์หลักที่กองทุนต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าทรัพย์สินรวม

โดยกองทุนจะได้ส่วนแบ่งรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) และมีระยะเวลารับส่วนแบ่งรายได้ 30 ปีตามสัญญาที่กำหนด

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่ TFFIF ลงทุนครั้งแรกคือ สิทธิในการรับรายได้จากทางพิเศษฉลองรัช (จตุโชติ-อาจณรงค์) ซึ่งเป็นทางพิเศษที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ กับชานเมืองทางเหนือ

และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) หนึ่งในทางพิเศษที่สำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และ จังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม และท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นทางไปสู่เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เช่น พัทยา

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

กองทุนมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากกองทุนลงทุนในสิทธิในการรับรายได้จากทางพิเศษที่มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์สำคัญในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออกของประเทศไทย

อีกทั้งยังมีศักยภาพและมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเมกะเทรนด์ในประเทศไทย เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

ปริมาณการจราจรต่อปีของทางพิเศษฉลองรัช

2558 – 71.9 ล้านคัน

2559 – 77.9 ล้านคัน

2560 – 81 ล้านคัน

ปริมาณการจราจรต่อปีของทางพิเศษบูรพาวิถี

2558 – 51.0 ล้านคัน

2559 – 51.2 ล้านคัน

2560 – 53.9 ล้านคัน

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

แม้จะมีปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแต่ทางพิเศษทั้งสองสายทางยังสามารถรองรับปริมาณการจราจรได้เพิ่มอีกมาก

ดังนั้น จึงมีโอกาสสูงที่ทางพิเศษทั้งสองจะทำรายได้เติบโตมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะสะท้อนมาที่เงินปันผลของกองทุน TFFIF ที่จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ทางพิเศษฉลองรัช

ปริมาณการจราจรโดยเฉลี่ยต่อวันของปีงบประมาณ 2560  – 221,925 คัน/วัน

ความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจร – 350,000 คัน/วัน

ทางพิเศษบูรพาวิถี

ปริมาณการจราจรโดยเฉลี่ยต่อวันของปีงบประมาณ 2560 – 147,539 คัน/วัน

ความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจร – 360,000 คัน/วัน

ข้อมูลวันที่ 30 กันยายน 2560

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

นอกจากสินทรัพย์หลักอย่างทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานแล้วกองทุน TFFIF ยังสามารถลงทุนในสินทรัพย์รองเช่น พันธบัตรรัฐบาล, ตั๋วเงินคลัง, หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอื่น, หน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศ, เงินฝากธนาคารและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกด้วย

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

กองทุนมีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และจ่ายในอัตราไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ในกรณีที่มีกำไรสะสมเพียงพอ

แต่ในกรณีที่มียอดขาดทุนสะสมจะไม่มีการจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตามด้วยกระแสรายได้ที่มั่นคงและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปริมาณการจราจรของทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี กองทุนมีโอกาสจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

กทพ.กำลังพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทางพิเศษด้วยการติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติซึ่งรวมถึง Easy Pass เพิ่มเติม

รู้หรือไม่ว่าถ้าใช้ตู้เก็บค่าผ่านทางธรรมดาที่ใช้คนจะรองรับรถได้ประมาณ 250 ถึง 400 คันต่อชม. ถ้าเป็นตู้เก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติจะรองรับได้สูงสุดประมาณ 1,200 คันต่อชั่วโมง สูงกว่าเดิม 3 เท่าตัวซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนทางพิเศษสูงขึ้นนั่นเอง

ที่มา: หนังสือชี้ชวน TFFIF

สำหรับเรื่องความเสี่ยง TFFIF มีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 7 ใกล้เคียงกับกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม มีความเสี่ยงเรื่องปัญหาทางการเมือง, เหตุการณ์พิเศษต่างๆ ที่อาจทำให้คนลดหรือชะลอการเดินทาง, ความล่าช้าของนโยบายรัฐบาล เช่น ในกรณีของ EEC และการลดลงของปริมาณการจราจรบนทางพิเศษด้วยผลกระทบของเศรษฐกิจหรือปัจจัยทางอ้อมหลายปัจจัย

แต่อย่างที่เรารู้กัน ผมยังไม่เคยเจอวันไหนที่ทางพิเศษไม่มีคนใช้งาน หรือรู้สึกว่ามีคนใช้น้อยลงเลย อัตราค่าผ่านทางก็ขึ้นเรื่อยๆ ต่อราคาไม่ได้ ไม่ใช้ก็ไม่ได้ แน่นอนว่าความเสี่ยงต้องมีแต่ดูๆ ไปเหมือนจะเสี่ยงน้อยกว่าที่คิด

– นักลงทุนที่มองหาโอกาสในการรับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ

– อยากมีส่วนร่วมในการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มั่นคง ที่แม้แต่เศรษฐีพันล้านก็เข้ามาทำธุรกิจนี้ไม่ได้

– อยากลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตของประเทศไทย ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

– และที่สำคัญที่สุดเรื่องความสะดวกสบายในการลงทุนหลักหมื่นบาทก็ลงทุนได้แล้ว ไม่ต้องมีเงินถึงหลักหมื่นล้าน

รายละเอียดการเสนอขายหน่วยลงทุน

ราคาเสนอขายหน่วยลงทุน 10 บาท

จำนวนหน่วยลงทุนขั้นต่ำในการจองซื้อ 1,000 หน่วย และเพิ่มครั้งละ 100 หน่วย

เปิดจองซื้อหน่วยลงทุนวันที่ 12-19 ตุลาคม นี้

ในวันและเวลาทำการของสำนักงานใหญ่และสาขาทั่วประเทศของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ฟินันซ่า จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ

คำเตือน: ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *