ลงทุนในเทรนด์สุขภาพ สรุปข้อมูลหุ้น IP

สรุปหุ้น IPO IP

<Partnership Content>
ตลาดความสวยความงามและสุขภาพ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในยุคที่ใคร ๆ ก็รักสวยรักงาม รักสุขภาพ ไม่อยากแก่
สินค้าอย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพจึงขายดิบขายดี โตแรงแซงหน้าตลาดยา
Interpharma คือบริษัทที่เป็นผู้คิดค้น พัฒนา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ ชะลอวัย และความงาม ซึ่งกำลังเติบโตและจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายใต้ชื่อหุ้น IP

ไม่เพียงแค่มีผลิตภัณฑ์สุขภาพของคนแต่ยังตีตลาดไปถึง ผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์เลี้ยง
ไม่ว่าจะเป็นแชมพูดูแลผิวหนังสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงอาหาร และยาสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย
ใคร ๆ ก็รู้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ของน้องหมาตอนนี้บางทีแพงกว่าของคนอาหารน้องหมา 1 กระป๋องหลาย ๆ ครั้งราคาเท่าข้าว 1 จาน
คนเป็นโสดไม่มีลูก เหงา ๆ ก็เอาเงินไปลงที่สัตว์เลี้ยง ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงก็โตตามมา

นอกจากนี้ IP ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพของสัตว์เพื่อการบริโภค อีกด้วย
อยากรู้ว่าหุ้น IP ตัวนี้มีดียังไง?​
มาดูสรุปอ่านง่าย ๆ เข้าใจไว ๆไม่เกิน 10 นาทีรู้เรื่องกัน !

Buffettcode feat. Interpharma
#Buffettcode #รู้รอบเรื่องลงทุน #รู้รอบหุ้นIPO

ภาพรวมธุรกิจหุ้น IP
ภาพรวมธุรกิจหุ้น IP

บริษัท Interpharma หรือหุ้น IP ทำธุรกิจอะไร?

IP ทำธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้นและขายผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน พูดง่ายๆ คือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับปรับสมดุลของอวัยวะภายใน เพื่อดูแลสุขภาพและชะลอวัย รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพช่องปาก และผิวพรรณแบบบูรณาการ

นอกจากนั้น IP ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อดูแลสุขภาพสำหรับสุนัขและแมว ตั้งแต่อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารเสริม ไปจนถึงแชมพู เวชสำอางและยาสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์ จำพวกสารผสมในอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุขศาสตร์ และยาปฏิชีวนะ

เรียกได้ว่าบริษัทฯ อยู่ในวงการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีทั้งของคนและของสัตว์ มีทั้งสินค้าที่คิดค้น พัฒนาภายใต้แบรนด์ของบริษัท และเป็นตัวแทนจำหน่าย ให้กับแบรนด์ชั้นนำของต่างประเทศ 

นับว่า IP ถือเป็นธุรกิจที่มีความครอบคลุมตลาดที่กำลังเติบโตได้ดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างมูลค่าผลิตภัณท์เสริมอาหารและวิตามินของไทย
ตัวอย่างมูลค่าผลิตภัณท์เสริมอาหารและวิตามินของไทย

รู้ได้ไงว่าตลาดกำลังเติบโต?

ตัวเลขในรูปนี้คือประมาณการขนาดของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินในประเทศไทย จัดทำโดยองค์กรชื่อดังอย่าง EuroMonitor International ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว (ปี 2561)

ทาง EuroMonitor คาดการณ์ว่า ปี 2562 มูลค่าตลาดฯ เติบโต 9% เมื่อเทียบกับปี2561 ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับ GDP ปี 2562 ที่คาดว่าจะขยายตัว2.7 – 3.2% ต่อปี  และคาดการณ์ว่าแนวโน้ม 5 ปีข้างหน้า (2562-2566) มูลค่าตลาดจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี ถือว่าตัวเลขการเติบโตของตลาดนี้สูงเลยทีเดียว

(ข้อมูล GDP ปี 2562 จาก รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)

  • ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี (ข้อมูลจากEuroMonitor)
  • ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยง คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5-10 % ต่อปี (ที่มา: K SME)

IP อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงและมีตลาดหลักในประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์จากการเติบโตนี้

รายได้รวมของบริษัท
รายได้รวมของบริษัท

ซึ่งที่ผ่านมารายได้รวมของบริษัทฯ ก็เติบโตต่อเนื่องทุกปี

  • ปี 2559 – 125.44 ลบ.
  • ปี 2560 – 247.95 ลบ.
  • ปี 2561 – 317.58 ลบ.

ล่าสุดรายได้รวมครึ่งปีแรก เติบโต 34.14% จาก 138.45 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี2561 เป็น 185.72 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี 2562 

การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ ส่วนใหญ่มาจากการขายผลิตภัณฑ์แชมพูรักษาโรคผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง MARIA (ผลิตภัณฑ์ออกใหม่เริ่มจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ปี 2561) และผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์หลายผลิตภัณฑ์  และในส่วนของคน มีการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนใหญ่จากการขายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม 

การเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องนี้เป็นผลมาจาก การทำการตลาด การส่งเสริมการขาย และการออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของรายได้สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับคนและสัตว์

IP มีการคิดค้นและพัฒนาสินค้าของตนเอง และออกสินค้าใหม่ทุก ๆ ปีรวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ได้ผลดีและเป็นที่นิยมเพิ่มจึงทำให้รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

รายได้จากผลิตภัณฑ์สำหรับคนเติบโตจาก 100.44 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี 2561เป็น 117.11 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขายผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน, ผลิตภัณฑ์ซินไบโอติก และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มขายอย่างเช่น วิตามินรวม, ผลิตภัณฑ์เสริมมวลกระดูก PreBO และยาสีฟัน YUUU

รายได้จากผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เติบโตจาก 37.49 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี 2561 เป็น 65.47 ลบ. ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายแชมพูรักษาโรคผิวหนัง อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์หลายชนิด ถือว่ากลุ่มนี้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงและมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต

ทั้งนี้ จำนวนสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยในปี 2560 เติบโตจากปี 2559 ประมาณ 5% นับโดยรวมเป็นน้องหมาถึง 8.2 ล้านตัวและน้องแมว 3 ล้านตัว

ช่องทางการจัดจำหน่ายของ IP
ช่องทางการจัดจำหน่ายของ IP

ลูกค้าของ IP คือใคร? 

IP มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย โดยมีช่องทางหลักที่ใช้ในการขายผลิตภัณฑ์สำหรับคนคือโรงพยาบาล และคลินิก เป็นสัดส่วน 38% ของรายได้ทั้งหมด

ซึ่งการจำหน่ายให้โรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำ  แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคนของ IP มีคุณภาพสูง ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์และเภสัชกรรม

ในขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ใหญ่รองลงมาคือร้านเพ็ทช็อป และบริษัทจำหน่ายเวชสำอางและเวชภัณฑ์สัตว์มีสัดส่วน 24% ซึ่งจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
ส่วนการขายตรงให้กับผู้บริโภคยังมีไม่มากสัดส่วนเพียง 10%

นอกจากนี้ การมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ภาพรวมรายได้และกำไรขั้นต้นของ IP
ภาพรวมรายได้และกำไรขั้นต้นของ IP

จะเห็นว่า IP มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยในส่วนกำไรสุทธิที่ชะลอตัวนั้น ทางบริษัทฯ ได้ให้คำอธิบายไว้ว่าส่วนหนึ่งเป็นสาเหตุจากการเพิ่มงบทางการตลาดในปีที่ผ่านมาเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ให้เป็นที่รู้จัก

นอกจากนั้นยังมีการขายสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรด ซึ่งในช่วงแรกจะต้องมีค่าแรกเข้าเพื่อให้สินค้าได้วางจำหน่ายแพร่หลายในสาขาต่าง ๆ

จุดนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ เพราะการที่บริษัทฯ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม จะช่วยในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อีกด้วย

อัตรากำไขั้นต้นของ IP

อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในงวดล่าสุด (H1/2562) อยู่ที่ 56% จากการขายสินค้า 2 ประเภทที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่างกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับคนมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยประมาณ 60% ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยประมาณ50% 

จุดเด่นของ IP
จุดเด่นของ IP

จุดเด่นที่สรุปได้ของหุ้น IP มีหลายประการ ได้แก่

  1. บริษัทฯ ได้พิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และนำออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จ
  2. ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง ได้รับการยอมรับให้ใช้ในโรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำหลายแห่ง รวมทั้งลูกค้าก็ให้การยอมรับสินค้าของบริษัทฯ จึงทำให้ยอดขายสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
  3. บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งของคนและสัตว์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
  4. สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยน้อยมาก หนี้ส่วนใหญ่ที่มีเป็นหนี้จากเจ้าหนี้การค้าซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะได้รับเครดิต
ความเสี่ยงของ IP

สำหรับข้อควรระวังของหุ้นตัวนี้ก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น …

  1. การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมทั้งผลิตภัณฑ์ของคนและสัตว์ แต่บริษัทฯ ก็ได้พิสูจน์ตัวเองระดับหนึ่งแล้วจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  2. ความเสี่ยงจากการสูญเสียการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งอาจมีผลกระทบกับรายได้หากบริษัทถูกยกเลิก/ต่ออายุสัญญา
  3. บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่หลากหลาย และมีสินค้าออกมาใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงใช้รูปแบบการจ้างผลิต ซึ่งจะสามารถคัดเลือกผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพได้ แต่อย่างไรก็ตาม การจ้างผลิตก็สร้างความเสี่ยงใหม่ ซึ่งทำให้บริษัทฯ ต้องพึ่งพิงผู้ผลิตภายนอก และควบคุมแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้
แผนการเติบโตในอนาคต

หุ้น IP เข้าตลาดหุ้นได้เงิน IPO คงเอาไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อการขยายธุรกิจและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น

ในระยะยาวบริษัทฯ วางแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปต่างประเทศในทวีปเอเชีย ถือว่าเป็นการขยายธุรกิจที่ค่อนข้างท้าทาย แต่ถ้าทำได้ก็คงสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้ดีเลยทีเดียว

ปัจจัยที่ต้องดูสำหรับหุ้นตัวนี้มี 2-3 ปัจจัย1.การเติบโตของยอดขาย2.การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร3.วงจรกระแสเงินสด เพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องในการขยายธุรกิจ●

  1. การเติบโตของยอดขาย
  2. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  3. วงจรกระแสเงินสด เพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องในการขยายธุรกิจ

ถ้าสามารถบริหารจัดการทั้ง 3 อย่างนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หุ้น IP ตัวนี้อาจเป็นหุ้นที่ประสบความสำเร็จในตลาดหลักทรัพย์ (mai) ของไทยตัวใหม่ก็เป็นได้

ขอให้โชคดีกับการลงทุนครับ
Buffettcode feat. Interpharma