ทำไมถึงทำ New Year’s Resolution ไม่สำเร็จ?

New year Resolution

อย่าปล่อยให้ New Year’s Resolution เป็นเหมือนพลุปีใหม่ที่จุดมาเปรี้ยงปร้างแล้วก็จบไปในไม่กี่นาทีครับ

ปีที่ผ่านมาผมลองคุยกับเพื่อนๆเก่งๆหลายคนที่ทำ New Year’s Resolution สำเร็จ และหลายๆคนที่ทำไม่สำเร็จ เพื่อหาข้อสรุปมาพัฒนาตัวเองในปีนี้ สุดท้ายสรุปออกมาได้ 6-7 ข้อ อยากเอาไปแชร์ให้เพื่อนๆครับ คิดว่าหลายคนคงมีปัญหาเหมือนผมเช่นกัน ขอย่อ New Year’s Resolution เป็น NYR นะครับขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ 555

NYR ที่อยากทำไม่สร้างแรงบัลดาลใจ

อันนี้พูดง่ายๆคือสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่น่าตื่นเต้น พอมันไม่น่าตื่นเต้นทำไปซักพักก็เบื่อ เช่น บอกว่าจะออกกำลังกาย แบบนี้มันไม่เร้าใจน่าเบื่อ ต้องบอกว่าออกกำลังกายให้หุ่นเหมือน xxx อันนี้น่าตื่นเต้นกว่า เพราะเราเป็นมนุษย์ก็มักจะทำอะไรที่น่าเบื่อๆได้ไม่นาน โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำยิ่งยากหนัก การทำให้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นจะช่วยให้เราอยากทำมันมากขึ้นระยะยาว 

เป้าหมายที่อยากได้ไม่มีความชัดเจน

เมื่อมีสิ่งที่จะทำ มี NYR อย่าลืมกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับสิ่งที่อยากทำด้วย ว่าเราทำสิ่งที่กำลังจะทำเนี่ยไปทำไม? เช่น ต้องการออกกำลังกาย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายคือมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถวิ่งฮาฟท์มาราธอนจบได้แบบพี่ตูน อะไรประมาณนี้ ทั้งเป้าหมายและสิ่งที่จะทำยิ่งชัดเจนยิ่งดี ยิ่งเห็นภาพ ยิ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้เราอินกับมันมากขึ้น ถ้าไม่มีเป้าหมายก็จะทำไปแบบงงๆ ไม่มีเหตุมีผล ซักพักก็เลิกทำไปเอง

โฟกัสผิดจุด

หลายคนพอได้ List NYR ที่อยากทำ เป้าหมายระยะยาวที่อยากเป็นแล้วกลับไปโฟกัสผิดจุด ไปโฟกัสที่เป้าหมายมากไป แล้วพอเป้าหมายไม่สำเร็จซักทีมันก็ทำให้ไม่อยากทำไอ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้ว กลับกันสิ่งที่เราควรโฟกัสคือตัวกิจกรรมที่เรากำหนดไว้ โฟกัสกับ NYR เพียวๆ ให้ทำมันให้ได้ตามจำนวนครั้ง ตามปริมาณที่เขียนไว้ โดยยังไม่ต้องไปกังวลกับเป้าหมายนัก เช่นลดหุ่นไปได้กี่กิโลแล้ว หรือมีซิ๊กแพคหรือยัง ให้โฟกัสที่ “เหตุ” ซึ่งก็คือตัวสิ่งที่เรากำหนดไว้ว่าจะทำ โดยยังไม่ต้องกังวลกับเป้าหมาย เพราะถ้าทำ NYR ซึ่งก็คือเหตุได้ครบหมด แม้ไม่ถึงเป้าหมายก็ยังเห็น Progress พอเห็นProgress ก็จะมีกำลังใจทำต่อไปเอง

ไม่มี Action Plan

เมื่อรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไร ก็อย่าลืมกำหนด Action Plan เล็กๆให้เข้ากับชีวิตประจำวันของคุณด้วย เช่นอยากวิ่งอาทิตย์ละ 7 วันตอนเย็น แต่เลิกงานก็ 3 ทุ่มแล้วแบบนี้ จะต้องทำยังไง? จะวิ่งในสวน สวนก็ปิดแล้ว ต้องไปสมัครฟิตเนตไหม? หรือจะวิ่งเหยาะๆในหมู่บ้านแทน เอาวิถีชีวิต และความเป็นจริงเข้ามาเพื่อหาแผน Action Plan ที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดแรงต้านทานน้อยที่สุด ให้ทำได้ไม่ยากจนเกินไป

จัดความสำคัญไม่ดี

ข้อนี้เป็นหนึ่งในข้อที่สำคัญที่สุด นั่นคือการให้ความสำคัญกับ NYR เป็นอันดับต้นๆ หรือถ้าจะให้ดีเป็นอันดับแรกไปเลย ดังนั้นสิ่งที่เราอยากทำต้องเป็นสิ่งที่เราอยากทำให้ได้จริงๆเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ความสำคัญของ NYR ควรสำคัญเป็นอันดับต้นๆ 1 ใน 3 คือมีเรื่องที่จะเอาเวลาของ NYR ไปได้ไม่เกิน 2 เรื่อง

หา Buddy ซะนะ

เดินคนเดียวมันเปลี่ยว ควรหา Buddy แล้วเอา NYR ของเราไปให้เขาดู ต่างคนต่าง Coaching กันและกัน จะเป็นเพื่อนที่ทำงาน เป็นแฟน เป็นครอบครัวก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่มี NYR ที่อยากทำเหมือนๆกัน เพราะนั่นหมายความว่าทั้งคู่เห็นความสำคัญของมันเช่นกัน พอเห็นความสำคัญก็จะจริงจังกับการ Coach เอง ถ้าเป็นไปได้ควรคุยกันอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเพื่ออัพเดทว่าทำไปถึงไหนแล้ว

จงจดบันทึกและให้รางวัลตัวเอง

ถ้าจะให้ดีควรมีการจดบันทึกลงในสมุดบันทึกด้วยว่าทำไปได้ตามแผนหรือไม่? และให้รางวัลตัวเอง ที่ไม่ส่งผลกระทบถึง NYR ไม่ใช่กินคลีน 1 วัน ให้รางวัลตัวเองด้วยการกิน KFC 1 วัน อันนี้ไม่ดี และถ้าเป็นไปได้ไม่ควรใช้แอพ หรือจดในมือถือ แต่ให้จดลงในสมุดเลย มนุษย์มักจะให้น้ำหนักกับสิ่งที่เป็น Physical มากกว่า Digital ครับอันนี้เป็นจิตวิทยา

หวังว่า 7 ข้อนี้จะทำให้เพื่อๆทำ NYR กันได้ง่ายถึง รวมถึงตัวแอดมินเองด้วย
แล้วปีหน้ามาอัพเดทกันครับ ว่ารอดหรือล่ม lol

แอด LINE
อัพเดทข้อมูลเศรษฐกิจไทย บทความกลยุทธธุรกิจเจ๋งๆ -> rebrand.ly/bfc