Netflix ธุรกิจที่ไม่มีวันเวิร์ค

ทุกวันนี้คงไม่มีแล้วคนที่ไม่รู้จักบริษัท Movies Streaming ชื่อดังอย่าง Netflix
ซึ่งถ้าพูดถึงบริษัทนี้หลายๆคนก็คงจะนึกถึง CEO เซเลป อย่าง Reed Hasting

แต่รู้ไหมว่า จริงๆแล้ว Netflix นั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มี Marc Randolph ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO คนแรกของ Netflix

หนังสือ That Will NEVER Work เขียนโดย Marc Randolph มีการบอกเล่าเรื่องราวการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ของ Marc ได้อย่างน่าสนใจ

ผมจีงอยากจะสรุปข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้มาแบ่งปันกัน

1.สุดยอดไอเดียนั้นไม่ได้เกิดจาก Light Bulb Moment อย่างที่เราเชื่อกัน เรื่องที่ว่า Reed Hasting ได้ไอเดียของ Netflix มาจากการที่เค้าถูกให้จ่ายค่า Late Fees จำนวน 40 เหรียญให้กับ Blockbuster ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆแล้ว Marc เสนอไอเดียให้กับ Reed เป็นร้อยๆไอเดีย กว่าจะมาเป็น Netflix

2.ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นที่จะต้องมาจากการคิดค้นสินค้าใหม่เสมอไป อาจจะเป็นรูปแบบการขายหรือการนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ก็ได้ ในช่วงที่ Netflix ถือกำเนิด E-Commerce ถือเป็นช่องทางการขายแบบใหม่ เหมือนกับที่ Jeff Bezos ส่งหนังสือออนไลน์ ก่อนจะมาเป็น Streaming Service, Netflix ก็เริ่มจากการส่ง DVD ออนไลน์

3.OPM ย่อมาจาก Other Peoples’s Money เป็นตัวย่อสุดฮิตของเหล่าผู้ประกอบการใน Silicon Valley ซึ่งมีความหมายว่า ในการตามความฝัน ให้ใช้แต่เงินคนอื่นเท่านั้น!! สิ่งเดียวที่คุณจะลงทุนก็คือเวลาและความมุ่งมั่นในการทำไอเดียให้เป็นความจริง

4.วัฒนธรรมองค์กรไม่ได้เกิดขึ้นจากการเขียนบนกระดาษแต่เกิดขึ้นจากการกระทำ คัดเลือก คนที่เก่ง,สร้างสรรค์ให้งานที่ท้าทายและปล่อยให้พวกเค้าแก้ไขปัญหากันเอง อย่าไปตั้งกรอบและทำเหมือนพวกเค้าเป็นเด็ก คนเหล่านี้ต้องการความอิสระในการทำสิ่งที่พวกเค้าต้องรับผิดชอบ

5.ในช่วงเริ่มต้นของ Start-Up การได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าแม้ดีลที่ได้จะเสียเปรียบก็ตาม Netflix ทำโปรโมชั่นร่วมกับ Sony ซึ่งเป็นผู้ขายเครื่องเล่น DVD เจ้าใหญ่ในเวลานั้น โดยดีลนี้ Netflix ต้องจ่ายประมาณ $100 เพื่อที่จะให้ลูกค้า 1 คนเข้ามาในเวปไซต์

6. Netflix ดำเนินกิจการได้สองเดือน ก็ถูกเสนอซื้อโดย Amazon ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือ Amazon ต้องการจะเข้ามาทำธุรกิจขาย DVD ออนไลน์นั่นเอง แน่นอนว่าพวกเค้าไม่ได้ขายแต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะแข่งกับ Amazonเช่นกัน ในขณะนั้นรายได้ของ Netflix 97% มาจากการขาย DVD แต่พวกเค้าเลือกที่จะหาทางออกจากธุรกิจขาย DVD และ หาทางที่จะ “เจาะจง” กับการเช่าแทน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่จะทำให้พวกเค้าแตกต่างและโดดเด่นได้

7.เพื่อที่จะให้บริษัทเติบโตไปถึงฝัน อย่าเอาอีโก้เป็นตัวตั้งเป็นอันขาด Marc Randolph ถูกถอดจากตำแหน่ง CEO และแทนที่ โดย Reed Hasting โดย Reed เป็นคนที่คุยกับเค้าอย่าง “ตรงไปตรงมา” ว่าเค้าไม่ใช่ CEO ที่สมบูรณ์เพราะเค้าพึ่งพา Board หรือ Reed มากเกินไป ซึ่ง Marc บอกว่าสิ่งที่เค้าได้ยินนั้นทำให้เค้าเจ็บปวดมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า Reed พูดถูกและนั่นคืออนาคตของบริษัท

8.ทีมที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจ อาจจะไม่ใช่ทีมที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ในตอบเริ่มต้นนั่นการมีคนที่ทำได้ทุกอย่างนั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต “คนที่เคยใช่เมื่อตอนเริ่มต้นจะไม่ใช่คนที่ถูกต้องอีกต่อไป” และจะถูกแทนที่โดยคนที่มีความสามารถและประสบการณ์เฉพาะทาง

9.คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าไอเดียอะไรจะสำเร็จบ้าง ถ้าไม่ได้ลองทำมัน การคิดมากเกินไปมีแต่จะทำให้เสียเวลา ดังนั้นมันจะมีประสิทธิภาพมากกว่าถ้าคุณทดลองไอเดียนั้น แทนที่จะใช้เวลาเป็นวันๆนั่งคิดหาไอเดียที่สมบูรณ์ คุณไม่มีทางรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าไม่ได้ลอง

10.ทุกๆวันอังคาร  Netflix จะมีการประชุมซึ่งเริ่มด้วยการประกาศว่าใครทำอะไรล้มเหลวบ้าง สิ่งที่เป็นไปได้ด้วยดีก็ไม่ต้องพูดถึงเยอะ แต่สิ่งที่ไม่ได้ผลจะต้องถูกนำมาเสนอต่อที่ประชุมเพื่อที่จะไม่พลาดซ้ำสอง

11.ในช่วงวิกฤต Dot-com บริษัทมีความจำเป็นต้อง lay-off พนักงานออกเพื่อลดรายจ่าย เป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดต่อหลายๆคน แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ไปต่อได้ ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น Marc พบว่าการดำเนินการของบริษัทมีประสิทธิภาพขึ้นมาก แม้ว่าเค้าจะต้องสูญเสียคนที่มีความสามารถไปบ้าง แต่บุคคลที่เหลืออยู่คือทีม Super Star ซึ่งทำงานได้ดีกว่า,มีประสิทธิภาพมากกว่าและมีการแข่งขันกันสูงกว่า

12.ในธุรกิจหรือเรื่องอื่นๆการถูกปฏิเสธ อาจจะ ไม่ได้หมายถึงการปฎิเสธเสมอไป ดื้อเข้าไว้ อย่ายอมแพ้ Marc เล่าว่าตอนเค้าจบจากมหาลัยเค้าต้องการที่จะทำงานในบริษัทการตลาด เค้าได้สัมภาษณ์จนถึงรอบสุดท้าย มี Candidate เหลืออยู่ 5 คน เค้าไม่ได้งาน

เค้าสงสัยมากจึงส่งเมล์ไปถามคนที่สัมภาษณ์ว่าเค้าขาดอะไรไป ปรากฏว่ามีเมล์ตอบกลับมาและให้งานกับเค้า

เค้ารู้ทีหลังว่าไม่มีใครใน 5 คนได้งานเลย เพราะทุกคนได้รับการปฏิเสธหมด แต่ทักษะสำคัญของงานของเค้าคือการขาย งานที่ต้องเปลี่ยนคำว่า No เป็น Yes และ Marc เป็นคนเดียวที่ไม่ยอมรับคำตอบ “No”

13.ความน่าเชื่อถือของตัวผู้ก่อตั้งมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการได้รับเงินทุน VC หลายคนกล้าที่จะพนันกับ Netflix ไม่ใช่เพราะไอเดียที่ดีเพียงแต่เป็นเพราะการที่มี Reed เป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่มีส่วนอย่างมาก Marc Randolph พูดอยู่เสมอว่าถ้าไม่มี Reed การได้รับเงินทุนจำนวนมากแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

14.เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทผู้ก่อตั้งจะเห็นแก่ตัวไม่ได้ แม้ว่าตัว Marc เองจะเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Netflix แต่เมื่อถึงวันที่ Netflix เข้าตลาด Marc ก็รู้ตัวว่ามันไม่ใช่ที่ของเค้าอีกต่อไป เค้ามีทักษะสำหรับการสร้างธุรกิจในช่วงเริ่มต้น แต่อาจไม่ใช่คนที่จะนำธุรกิจไปสู่จุดสูงสุด เค้าเลือกที่จะเดินออกมา

ทั้งหมดนี้ก็เป็นบทเรียนส่วนหนึ่งจากเรื่องราวของ Marc Randolph กับการเดินทางของสุดยอดไอเดียที่ไม่มีใครเชื่อว่า “เป็นไปได้”

แล้วคุณล่ะมีไอเดียที่ไม่มีใครเชื่อว่า “เป็นไปได้” บ้างไหม?