สัญชาติอเมริกัน สไตล์ญี่ปุ่น ชัยชนะของ MOS Burger

สัญชาติอเมริกัน สไตล์ญี่ปุ่น ชัยชนะของ MOS Burger

สัญชาติอเมริกัน สไตล์ญี่ปุ่น ชัยชนะของ MOS Burger

mos burger

สัญชาติอเมริกัน สไตล์ญี่ปุ่น ชัยชนะของ MOS Burger ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนช่วงที่ผมไปญี่ปุ่น ครั้งแรก หนึ่งในเป้าหมายที่ผมต้องไปให้ได้คือการไปกินเบอร์เกอร์ที่ร้าน “มอสเบอร์เกอร์” ครับ ผมเป็นคนชอบกินเบอร์เกอร์มากๆตั้งแต่ช่วงที่ไปเรียนที่อเมริกา และก็ชอบอาหารญี่ปุ่นมากๆทำให้การมีร้านที่ทำเบอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่นนี่เหมือนฝันที่เป็นจริง ! แต่ที่สุดแล้วเนื่องจากเวลาที่น้อยและเงินที่เตรียมไปไม่มากสุดท้ายผมก็ไม่ได้ไปกิน จนวันหนึ่ง MOS Burger ก็มาเปิดที่ไทยแล้ว !!  ทุกวันนี้ร้านนี้ยังเป็นร้านที่ผมกินประจำสลับกับ Burger King ผมชอบรสชาติที่มีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แอบแฝงความเป็นญี่ปุ่นเอามากๆครับ

ราคาหุ้น MOS Burger

ปัจจุบันบริษัท MOS Food service Inc. มีสาขา MOS Burger ในประเทศญี่ปุนถึง 1,370 สาขาในขณะที่ McDonald มีสาขาประมาณ 2,975 สาขาซึ่งถือว่ามากกว่า MOS เกิน 1 เท่า ในปี 2016 MOS มีรายได้ที่ 71,000 ล้านเยนกำไรสุทธิที่ 2,300 ล้านเยนในขณะที่แมคโดนัลด์มีรายได้ที่ประมาณ 220,000 ล้านเยน กำไรสุทธิที่ 5,300 ล้านเยน แม้จะถูกทิ้งห่างพอสมควรโดยยักษ์ใหญ่อย่าง McDonald แต่ผมก็ต้องถือว่า MOS ยังแข่นขันได้ดีเลยทีเดียวด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่า นอกจากอเมริกาที่มีร้าน McDonald มากกว่า 14,000 สาขาแล้วญี่ปุ่นถือเป็นเบอร์ 2 รองจากอเมริกาโดยมีสาขาของ McDonald ใกล้เคียงกับจีนประมาณ 2,900 สาขา ++ ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากๆว่าดินแดนญี่ปุ่นที่เราคิดถึงแต่ปลาดิบจะมีคนนิยมกินเบอร์เกอร์กันมากขนาดนี้ (ถ้าวัดจากจำนวนสาขาอ่ะนะครับ) ตลาดหลักของ MOS Burger ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ทีนี้อะไรล่ะที่ทำให้ MOS เบอร์เกอร์สัญชาติอเมริกัน สไตล์ญี่ปุ่นมาไกลได้ขนาดนี้

 

MOS Burger ก่อตั้งโดยคุณ Sakurada Satoshi มนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นที่ประทับใจกับรสชาติของแฮมเบอร์เกอร์ที่ได้ลองสมัยทำงานที่อเมริกา เขาเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าซักวันหนึ่งแฮมเบอร์เกอร์จะต้องเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น (โคตรแม่นอ่ะครับ ใครจะไปคิดว่ากินปลาดิบ,ซูชิ อยู่ดีๆจะไปกินเบอร์เกอร์ซะได้เนอะ คือมันคนละขั้วเลยอ่ะ) ดังนั้นเมื่อมองเห็นโอกาสและความต้องการที่จะทำตามความฝันเขาจึงลาออกจากงานประจำมาออกมาทำร้านแฮมเบอร์เกอร์เต็มตัวพร้อมกับชวนหลานชาย Sakurada Atsushi CEO คนปัจจุบันเข้ามาทำงานด้วย MOS Burger สาขาแรกเกิดขึ้นในปี 1972 หลังจากการเข้ามาเปิดสาขาของ McDonald ที่ Ginza ในปี 1971 Atsushi เข้าทำงานในช่วงแรกในฐานะพนักงานพิเศษเพื่อที่จะได้เงินมากตามจำนวนที่ทำงานและตั้งใจจะออกมาเปิดร้านอาหารของตัวเองภายหลัง เขาตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งาน เขาทานอาหารเช้าและกลางวันนอกร้านเพื่อศึกษาตลาด มาทำงานที่ร้านตั้งแต่ตี 5.45 ก่อนร้านเปิดตอน 7 โมงเพื่อมากวาดหน้าร้านให้สะอาด Satoshi ลุงของ Atsushi ได้สอนเขาไว้ว่า การทำความสะอาดจะทำให้จิตใจของเราและคนรอบข้างสะอาดไปด้วย เขาทำความสะอาดหน้าร้าน ตรงข้ามร้าน และข้างๆร้านถัดไปอีก 1-2 หลัง ถนนที่สะอาดจะทำให้ลูกค้าสะดวกสบาย และนำความรู้สึกดีๆเข้ามา การทำความสะอาดต้องทำด้วยความจริงใจและตั้งใจจึงจะทำได้ต่อเนื่องและส่งผลบวกต่อชุมชนและคนที่อยู่ในละแวกนั้น หลายๆครั้งระหว่างที่เขากวาดหน้าร้านก็ได้พูดคุยกับคนที่เดินผ่านไปมาทุกวัน หลายคนกลายเป็นคนรู้จัก หลายๆคนกลายเป็นลูกค้าประจำ

most burger employee

ครั้งหนึ่ง MOS ต้องเผชิญกับการแข่งขันของราชาแฮมเบอร์เกอร์ McDonald ซึ่งมาเปิดร้านฝั่งตรงข้าม MOS เป็นเพียงร้านเล็กๆที่มีครัวแบบบ้านๆเท่านั้น ต่างกับ McDonald ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ Atsushi บอกกับพนักงานว่าให้ทำงานตามปกติ ทำความสะอาดร้านเหมือนเดิมและต้องใส่ใจในการปรุงอาหารและส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างนอบน้อม ในวันแรกที่ McDonald เปิดร้าน วันนั้นยอดขายของร้าน MOS Burger สาขานั้นกลับทำสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่เปิดสาขามา และสุดท้ายเดือนนั้น MOS ทำยอดขายได้มากกว่าคู่แข่ง สาเหตุก็เพราะคนในชุมชนรอบๆนั้นต่างกลัวว่าร้านของ Atsushi จะสู้ไม่ไหวแล้วเจ๊ง พวกเขาตั้งใจมาอุดหนุนบ่อยขึ้นซึ่งก็เป็นผลลัพธ์จากการมีสายสัมพันธ์อันเข้มแข็งกับชุมชนท้องถิ่นและความผูกพันที่คนในชุมชนรู้สึกกับร้าน

MOS Burger โตขึ้นมาบนพื้นฐานของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เป้าหมายสูงสุดของ MOS คือการเป็น “ร้านอันเป็นที่รักของคนในชุมชน” MOS ตั้งใจในการ “ไขว่คว้าความอร่อย” เพื่อลูกค้าด้วยการปรับเปลี่ยนและพัฒนาเมนูให้มี “คุณค่า” ใหม่ๆและถูกปากของลูกค้าเสมอๆ และเมื่อเร็วๆนี้ MOS ได้ทำการปรับเปลี่ยนเมนูใหม่เพื่อให้วัตถุดิบเป็นประโยชน์กับลูกค้ามากกว่าเดิมภายใต้แนวคิดของการเป็นผู้ “ส่งความสุขผ่านอาหาร” เนื่องจาก MOS ทำอาหารให้ลูกค้ากินดังนั้น ก็ควรดูแลสุขภาพของลูกค้าให้ดีด้วยเช่นกัน MOS จึงมีการคิดค้นนํ้าสลัดโซเดี้ยมตํ่า มายองเนสไขมันตํ่ากว่าของเดิมครึ่งหนึ่งแต่รสชาติอร่อยเหมือนเดิม หรือแม้แต่แฮมเบอร์เกอร์ฟองเต้าหู้สำหรับลูกค้าผู้รักสุขภาพ กลยุทธและการพัฒนาทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้นจากมีอุดมการณ์หลัก (Core Ideology) ในการเป็น “ร้านอันเป็นที่รักของคนในชุมชน” ที่ดำเนินต่อเนื่องกันมานานถึง 50 ปี

mos burger

Nakamura Eisuke CEO คนใหม่ของ MOS ต้องการปรับปรุงให้จากการที่เป็น “ร้านอันเป็นที่รักของคนในชุมชุน” มาเป็น “ร้านที่คนในชุมชนขาดไม่ได้” โดยการส่งผ่านคุณค่าให้กับชุมชนในประเทศญี่ปุ่น และเส้นทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกของ “การบริการอาหารญีปุ่น” แม้ในเมืองไทยและประเทศอื่นๆนอกญี่ปุ่นเราอาจจะยังไม่เห็นการทำนโยบาย “ร้านอันเป็นที่รักของคนในชุมชุน” ให้เห็นนักอาจจะด้วยความยากลำบากของการบริหารระบบแฟรนไชส์หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างในแต่ละประเทศ แต่ Concept การทำธุรกิจเพื่อชุมชนของ MOS ก็ได้ถูกพิสูจน์ภายใต้แรงกดดันจากคู่แข่งที่ใหญ่กว่าถึงหนึ่งเท่าตัวและความสำเร็จ 50 ปีในประเทศญี่ปุ่นแล้วว่า การทำธุรกิจก็สามารถทำให้สังคมดีไปด้วยกันได้ Win-Win Situation ไม่ได้เป็นภาวะในอุดมคติอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นได้ถ้ามีความตั้งใจจริง แม้ MOS Burger จะยังไม่ชนะ McDonald ขึ้นเป็น Chain fast food อันดับหนึ่งแต่อย่างน้อยก็คงชนะใจลูกค้าชาวญี่ปุ่นไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว หุ้นถึงเติบโตต่อเนื่องขนาดนี้ ^^

สู้ต่อไปทาเคชิ !!!

credit : ข้อมูลจากหนังสือ Slow Success ของคุณเกตุวดี Marumura ครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กลยุทธธุรกิจได้ที่ http://www.fb.com/buffettcode

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *