สรุปบทเรียนจาก 6 กูรูการลงทุน GetReadyToGetMore

สรุปบทเรียนจาก 6 กูรูการลงทุน GetReadyToGetMore

สรุปบทเรียนจาก 6 กูรูการลงทุน GetReadyToGetMore

#บทเรียนการลงทุน
#GetReadyToGetMore

ผมได้มีโอกาสร่วมงานสัมมนาการลงทุน Get Ready to Get More ของ FWD และ TMB ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในงานการลงทุนที่สนุกและครบเครื่องที่สุดตั้งแต่ผมเคยไปมาเลยทีเดียว

(อันนี้ถึงจะเป็นงานที่ผมไปพูดแล้วได้เงิน แต่คำชมนี่มาจากใจจริงนะครับ งานนี้มีทั้งความรู้ มีทั้งอาหาร มีทั้งความสนุกสนาน ทำเลก็ดี ชอบงานแบบนี้มากๆครับ)

งานนี้มีกูรูการลงทุนไปพูดถึง 7 คนด้วยกัน แต่ละคนก็พูดถึงเรื่องการเงินการลงทุนในมุมมองที่แตกต่างกันไป ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะมากในงานนี้

เนื้อหาของสัมมนาก็แน่นมาก แบบที่ว่าผมคงสรุปมาได้ไม่หมดแน่ๆ เอาเป็นว่าได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับลูกเพจทุกท่านนะครับ

Buffettcode feat. FWD/TMB

#รวยได้แค่ใช้เงินเป็น #Fluke777

  • การหาเงินเป็นอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้เงินเป็นด้วย คนส่วนใหญ่มักจะบอกให้ประหยัดเงิน แต่เคล็ดลับความมั่งคั่งหลายๆครั้งอยู่ที่การใช้เงินเป็นต่างหาก
  • เรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึงคือคุณฟลุ๊คแทบไม่เคยต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองเลย เพราะใช้พ้อยท์ของบัตรเครดิตแลกไมล์เอาตลอด (ถ้าบินใกล้ๆแล้วแลกไมล์ไม่คุ้มถึงจะจ่ายเอง เช่นพวกฮ่องกง, สิงค์โปร์)
  • บัตรเครดิตของคุณฟลุ๊คมีค่าธรรมเนียมถึงแสนบาท แต่คุณฟลุ๊คใช้โปรโมชั่นต่างๆของบัตรมูลค่ากว่า 5 แสนบาทซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายหลักแสนมาก
  • บางคนพอเห็นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตแพงๆก็ไม่กล้าสมัครแล้ว หารู้ไม่ว่าถ้าคุณคิดซักนิด คำนวณสิทธิพิเศษแล้วใช้มันอย่างเต็มที่บัตรเครดิตจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างเงินแทนสิ่งที่ทำให้คุณเสียเงิน
  • นอกจากการแลกไมล์แล้ว ยังมีเทคนิคการใช้ไมล์ให้ได้ประโยชน์สูงสุดด้วย เช่นการแลกไมล์อัพเกรดที่นั่ง คุณฟลุ๊คมักจะใช้ไมล์ที่มีอัพเกรดไปยุโรปเพราะคุ้มค่าที่สุดเนื่องจากระยะทางไกล คนส่วนใหญ่บางทีเอาไปอัพเกรดไปญี่ปุ่นบ้าง เกาหลีบ้างเป็นการแลกไมล์อัพเกรดที่นั่งที่ไม่คุ้มค่าเลย
  • หลายๆคนจ่ายค่าเทอมโรงเรียนอินเตอร์หลักล้าน คนเหล่านี้ยอมเสียค่าธรรมเนียมการรูดนิดหน่อย 1% กว่าๆ แต่เอาพ้อยท์บัตรเครดิตไปแลกไมล์ได้ ได้ผลตอบแทนกลับมาประมาณ 4% ดังนั้นค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย 1% ถือว่าคุ้มมาก เพราะจ่าย 1 แต่ได้ 4 ส่วนต่างถึง 3% (น้องๆลงทุนในกองทุนเลยทีเดียว แต่อันนี้ไม่ต้องรอนาน)
  • คุณฟลุ๊คเคยมีประสบการณ์ซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาทหุ้นวิ่งไป 30 ไม่ขาย รอมันลงมา 12 บาทถึงยอมขาย ทำให้เข้าใจถึงความเสี่ยงจากการลงทุน
  • ตอนนี้เลยทำประกันให้ลูกเพื่อไม่ให้ลูกตัวเองต้องลำบากหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด
  • คนไทยส่วนใหญ่ที่มีเงินเก็บพอใช้แค่ 3 เดือนเท่านั้น การบริหารเงินเพื่อเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินสำคัญมาก
  • สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการไม่มีเงินเก็บคือการไม่มีรายได้ในช่วงที่เจ็บป่วยทำงานไม่ได้ ทำประกันจะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะตกงานเมื่อไหร่ วิกฤตเศรษฐกิจจะมาเมื่อไหร่ การเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ไม่ได้มั่นคงอย่างที่ใครๆคิดกัน
  • สิ่งที่จำเป็นของการลงทุนระยะยาวคือการซื้อหุ้นที่แม้แต่หุ้นตกเราก็ไม่รู้สึกกลัว หรือสร้างความลำบากให้กับเราจนนอนไม่หลับ

#การลงทุนในครอบครัว #แบงค์พชร

  • การมีชีวิตที่ดี ฐานะที่ดีเริ่มต้นจากการมีเมียที่ดี 555
  • วัฏจักรการลงทุนในตลาดหุ้นมักจะเป็นรอบๆซ้ำไปซ้ำมารอบละ 8-10 ปี ทำใหคุณแบงค์รู้สึกว่างานที่ทำซ้ำซาก
  • ความเบื่อจากการทำงานที่ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ และการมีครอบครัวเป็นตัวจุดประกายให้คุณแบงค์ คิดเรื่องวางแผนการเงินให้กับครอบครัว
  • เมื่อมีครอบครัวแล้วก็ต้องลงทุนเพื่อลูก เริ่มต้นจากการซื้อประกันสุขภาพให้ลูก
  • การเป็นคนที่มีรายได้พึงประเมินจึงจำเป็นต้องมีประกัน และประกันแบบสะสมทรัพย์เพื่อบริหารจัดการภาษี
  • ครอบครัวคือการลงทุน ชีวิตคือการลงทุน ปัจจัยสำคัญในการลงทุนคือการจัดความสำคัญ (Priority) ให้กับเงินลงทุนแต่ละก้อน
  • ความสุขคือสิ่งที่สำคัญสุดในการบริหารจัดการครอบครัว
  • การลงทุนเป็นมากกว่าการลงทุนให้ได้เงิน แต่สามารถลงทุนเพื่อสุขภาพ ลงทุนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสมดุลมากกว่าการลงทุนเพียงเพื่อหาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว
  • คุณแบงค์อัพเดทความรู้ประจำวันให้ตัวเองผ่านทาง Twitter, App การลงทุนต่างๆ
  • การได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพและความชัดเจนทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลงทุน
  • การลงทุนคือการใช้เงินสร้างเงิน ในวิกฤตมักมีโอกาสให้ลงทุนอยู่เสมอ อย่ามองข้ามวิกฤตเพียงเพราะความกลัว

#พลังจักรวาลของการลงทุน #MaoInvestor

  • เงินล้านบาทแรกหายากที่สุด บัญชีเงินฝากที่มีเงินฝากเกินล้านมีเพียง 1%
  • พลังจักรวาลคือการใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ เงินต้น, ปี และอัตราผลตอบแทน โดยคุณต้ามองว่าเงินต้นสำคัญที่สุดในการใช้พลังจักรวาล
  • 5 เคล็ดลับการลงทุน “พลังจักรวาล” ของมนุษย์เงินเดือนคือ การออม, RMF, LTF, กองทุนรวมและประกันชีวิต ซึ่งแต่ละพลังจักรวาลมีการใช้งานและให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน
  1. การออม – ออมเร็วรวยเร็ว เอารายได้ลบเงินออมถึงจะเอาเงินที่เหลือมาใช้จ่าย ไม่ใช่รายได้ลบค่าใช้จ่ายถึงจะเอาเงินที่เหลือมาออม (ส่วนใหญ่มักจะไม่เหลือ)
  • ไม่กินกาแฟวันละ 150 บาทเอาเงินไปลงทุนได้ผลตอบแทน 5% 30 ปีผ่านไป 3.7 ล้านบาท
  • คุณต้าแนะนำหนังสือ Automatic Millionaire ของ David Bach ลงทุนใน LTF-RMF กองทุนรวมยังไงให้เป็นเศรษฐีอัตโนมัติ
  1. RMF – ถามตัวเองว่าอยากมีอิสระภาพทางการเงินต้องมีเงินเท่าไหร่ เพราะความต้องการแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • อิสรภาพทางการเงินคือการมีเงินใช้ไปจนตายได้โดยที่ไม่ต้องทำงาน
  • อิสระภาพทางการเงินได้มาจากทัศนคติที่ถูกต้องก่อน คนเกาหลีมองว่าการเกษียณอายุได้คือความรับผิดชอบของตนเอง ต่างกับคนไทยที่มองเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล
  • เงินที่ได้จากการลดหย่อนภาษีให้นำมาลงทุนเพิ่มเติมด้วยจึงจะได้ผลประโยชน์เต็มๆ ไม่ใช่เอาไปใช้หมด
  1. LTF – ใช้นำมาเสริมในการวางแผนเกษียณ เน้นกองทุนที่ไม่จ่ายเงินปันผลถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน
  2. กองทุนรวม – ไม่มีสินทรัพย์ไหนให้ผลตอบแทนที่ดีทุกปีตลอดเวลา ให้ใช้การจัดพอร์ทการลงทุนถือหลากหลายสินทรัพย์เข้าช่วย ซึ่งเป็นวิธีพิสูจน์แล้วว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าวิธีอื่น
  • ลงทุนในกองทุนรวมเงินน้อยก็สามารถกระจายความเสี่ยงได้ ซื้อหุ้นเป็นร้อยๆตัวด้วย ต่างกับการไปลงทุนเองที่ต้องมีเงินมากจึงจะกระจายความเสี่ยงได้เพียงพอ
  • ถ้าไม่มีเวลาให้ใช้ที่ปรึกษาการลงทุนในการช่วยหาข้อมูล ที่ปรึกษามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสินทรัพย์ เพราะการลงทุนที่ดีมาจากการจัดพอร์ตทำ Asset Allocation อย่างถูกต้อง
  1. ประกันชีวิต – ใช้ประกันสุขภาพเพื่อป้องกันเรื่องสุขภาพ ซื้อประกันชีวิตเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ประกันออมทรัพย์เพื่อส่งมอบความมั่งคั่งให้กับรุ่นต่อไป ประกันบำนาญเพื่อลดความเสี่ยงเมื่ออายุยืน
  • สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือคนรวยๆเริ่มใช้ประกันในการบริหารจัดการมรดกกันแล้ว

#เสริมความมั่นคง #ป้องกันความเสี่ยง #WealthProtection #FWD

  • นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจแต่เรื่อง Wealth Creation (การสร้างความมั่งคั่ง), Wealth Accumulation (การสะสมความมั่งคั่ง)
  • แต่มุกไม่ค่อยคิดถึงเรื่อง Wealth Protection (การปกป้องความมั่งคั่ง) และ Wealth Distribution (การส่งต่อความมั่งคั่ง) ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน
  • เพราะชีวิตมีความเสี่ยงตลอดเวลา การเลือกใช้ประกันให้ถูกต้องกับ Lifestyle เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดแม้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • Unit-Link คือประกันแบบใหม่ ซึ่งเป็นประกันที่ควบการลงทุนเข้ามาด้วย ไม่ใช่การลงทุนควบการทำประกัน
  • การลงทุนมีความเสี่ยงถ้าเราตายและเงินลงทุนขาดทุนเราจะขาดทุนแน่นอน แต่ถ้ามีการลงทุนผ่าน Unit-Link ยังมีโอกาสได้เงินมากกว่าเงินต้นที่ลงทุนไปแม้ขาดทุน ป้องกันความเสี่ยงให้คนข้างหลังให้ไม่ต้องลำบาก
  • Unit-Link สามารถใช้ในการวางแผนเก็บเงินให้ลูกเพื่อการศึกษาในอนาคตได้ด้วย ถ้าใช้ Unit-Link สามารถเลือกทุนประกันตามที่ต้องการได้และมีการลงทุนไปด้วย ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันเราไม่อยู่แล้วแต่ลูกก็ยังได้เงินตามที่เราวางแผนไว้
  • ประกัน Unit-Link ของ FWD ลงทุน 1 ล้าน หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะได้ความคุ้มครองถึง 20 ล้าน (จากวงเงินประกัน)
  • การลงทุนระยะยาวจำเป็นต้องป้องกันความผันผวน และความไม่แน่นอน การทำประกัน Unit-Link ไว้สามารถใช้ประกันเพื่อลดความไม่แน่นอนได้
  • ประกัน Unit-Link สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนเอง เอาเงินที่ได้กำไรจากการลงทุนมาจ่ายค่าประกันได้ด้วย โดยมีเกณท์ที่ต้องจ่ายเงินค่าประกันต่อเนื่องแค่ 2 ปีเท่านั้นเพื่อให้ได้สิทธิความคุ้มครอง หลังจากนั้นสามารถปรับได้
  • ประกัน Unit-Link ของ FWD สามารถส่งต่อให้ลูกหลานเป็นมรดกได้ด้วย เป็นการลงทุนในอนาคตและป้องกันความเสี่ยงไปพร้อมๆกัน
  • สรุปข้อดีของ Unit-Link ของ FWD
    • ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100 เท่าของเบี้ยประกันภัยหลัก
    • ให้อิสระในการหยุดพักชำระเบี้ยและความยืดหยุ่นในการสับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมและไม่จำกัดจำนวนครั้ง
    • มีโอกาสรับโบนัสการรักษาหน่วยลงทุน
    • มีกองทุนที่ตอบโจทย์ที่หลากหลาย

#อนาคตตลาดหุ้นโลก #MrMessenger

  • ตลาดหุ้นปรับตัวตาม Investment Clock เป็นวงจร ฟื้นตัว-เร่งตัว-ชะลอตัว-ถดถอย
  • วงจรเศรษฐกิจกับวงจรการลงทุนไม่เหมือนกัน เศรษฐกิจดีไม่ได้หมายความว่าตลาดหุ้นจะดี ตลาดหุ้นดีไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจต้องดีเสมอไป
  • ประเทศไทยยังพึ่งพิงกับธนาคารมาก เป็น Bank based Economy ปัจจุบันธนาคารไทยค่อนข้างมั่นคงเพราะได้รับบทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งมาแล้ว

5 ปัจจัยการลงทุนของโลกที่ต้องติดตาม

  1. World Output ประเทศจีนโตดีที่สุดในกลุ่ม G20, เศรษฐกิจอเมริกามีแนวโน้มดี การที่หุ้นสหรัฐฯขึ้นเยอะๆส่วนหนึ่งมาจากหุ้นเทคโนโลยีขึ้นมาเยอะ แค่หุ้นเทคโนโลยี 5 ตัวใหญ่ก็นับเป็นประมาณ 50% ของมูลค่าที่ขึ้นมาของตลาดหุ้นสหรัฐฯแล้ว
  2. ธนาคารเริ่มใช้นโยบายดอกเบี้ยแบบตึงตัว อเมริกาขึ้นดอกเบี้ยต่อแน่ๆ ในขณะที่ไทยยังขึ้นตามช้าๆเพราะเงินเฟ้อไทยต่ำมาก
  3. นำ US Treasury Yield 10 ปีมา Plot กราฟดอกเบี้ยตอนนี้ 3.1% ต่ำกว่า 5% ในช่วงแรกหุ้นจะยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก (เกิน 5% ขึ้นไปค่อยเริ่มน่ากลัว) ปีนี้ถือว่า Fed ขึ้นดอกเบี้ยเยอะมาก ปี 2019 มีโอกาสขึ้นเพิ่มแค่ประมาณ 2 ครั้ง (จากในปี 2018 ขึ้น 4 ครั้ง)
  4. ประชาชนหลายกลุ่มเริ่มเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ตามสถิติถ้าประเทศได้ผู้นำที่เป็นลัทธิประชานิยม ตลาดหุ้นขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 155% ในระยะเวลา 3 ปี
  5. กลไกการคานอำนาจประธานาธิปดีสหรฐฯเริ่มทำงาน ถ้า Democrat เริ่มได้เสียงข้างมาจากการเลือกตั้ง Mid-Term จะทำให้ผลกระทบ Trade War ลดลง เพราะ Democrat จะคานอำนาจ Trump ได้ แต่ถ้า Republican ได้เสียงข้างมาก Trade War มีแนวโน้มดำเนินต่อไป
  • สิ่งที่จะเป็นความท้าทายของเมืองไทยคือการถูก Disrupt จากเทคโนโลยีต่างชาติ
  • คนรวยที่สุด 1% ของโลกครอบครองความมั่งคั่ง 46% ของทั้งโลก เทคโนโลยียิ่งทำให้คนมีเงินรวยขึ้น ส่วนคนจนและชนชั้นกลางกลายเป็นคนที่เสียประโยชน์
  • ในปี 2016 Facebook จ่ายภาษีให้ไทยประมาณแค่ 150,000 บาทเท่านั้น ทั้งๆที่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนใช้ Facebook มากที่สุด

#เทคโนโลยีกับการลงทุน #Buffettcode

  • หนึ่งในกลยุทธการลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในเมกะเทรนด์
  • การลงทุนในเมกะเทรนด์เหมือนการพายเรือตามน้ำ ในขณะที่การลงทุนสวนเทรนด์เปรียบได้กับการพายเรือทวนน้ำ จะทำให้เหนื่อยมากและมีความเสี่ยงสูง
  • เจฟฟ์ เบโซสคือคนหนึ่งในคนที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์การเติบโตของ Internet สูงสุดคนหนึ่ง
  • เจฟฟ์เห็นโอกาสจากการเห็นการใช้งานเว็บไซต์โตปี 2000% จึงออกมาเปิดบริษัทเอง แม้จะมีงานที่มั่นคงและรายได้ดีอยู่แล้ว
  • ปัจจุบันเจฟฟ์เป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลกมีความมั่งคั่งเท่ากับเจ้าสัวธนินท์ 10 คน แต่เจฟฟ์ใช้เวลาน้อยกว่าเจ้าสัวธนินท์ถึง 30 ปี นี่คือพลังของการใช้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์
  • บริษัทใน S&P Index ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอายุขัยน้อยลงเรื่อยๆจากการถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี
  • ในปี 1960 อายุเฉลี่ยของบริษัทใน S&P Index อยู่ที่ 60 ปี ในขณะที่ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ 15-20 ปีเท่านั้น
  • การถูก Disrupt จาก Technology ไม่ใช่เรื่องใหม่ โลกเราถูก Disrupt มาตลอด เทียนถูก Disrupt ด้วยหลอดไฟ, รถม้าถูก Disrupt ด้วยรถยนต์เป็นต้น
  • การลงทุนในธุรกิจของเมกะเทรนด์ที่ดีที่สุดคือการลงทุนในช่วง Early Adopters หรือช่วงที่สินค้าและบริการนั้นๆยังไม่แพร่หลายไปสู่มหาชน แต่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากคนกลุ่มเล็กๆและกำลังเติบโต
  • การลงทุนในหุ้น Apple แม้ไม่ได้ซื้อหุ้นตอน Apple ออก iPhone รุ่นแรกมาซื้อตอน iPhone ออกรุ่นที่ 4 แล้วก็ยังทัน ได้ผลตอบแทนมากอยู่ดี
  • เทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนแล้ว ต่างกับช่วงปี 2000 ที่เทคโนโลยียังเป็นการใช้งานแค่ในบริษัทหรือองค์กรใหญ่ๆ หรือเป็นแค่กระแสเป็นช่วงๆ
  • ข้อดีของเทคโนโลยีคือทำให้บริษัทไม่ต้องใช้เงินในการลงทุนสร้างโรงงาน, เก็บสต๊อคสินค้า และคุ้มทุนเร็วขึ้น
  • ส่งผลให้บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีส่วนใหญ่ไม่มีหนี้และทำให้ผลกระทบจากขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก็น้อยลงด้วย
  • ปัจจุบันทางเลือกของการลงทุนในหุ้นและกองทุนเทคโนโลยีมีให้เลือกอย่างหลากหลายมากกว่าในอดีตมาก
  • แต่การลงทุนในก็มีความเสียงเช่น การล่มสลายของ Theranos บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการตรวจเลือดที่ถูกจับได้ว่าสินค้าใช้ไม่ได้จริง สุดท้ายมูลค่ากลายเป็น 0
  • หุ้น Amazon ทีขึ้นมากๆในปีนี้ ในปี 2000 ลงไปถึง 95% เงิน 10 ล้านเหลือเพียง 5 แสนบาท ก่อนจะกลับมาขึ้นหลายเด้งหลังจากนั้น
  • การลงทุนต้องสร้างสมดุลให้ดีระหว่างการสร้างเงินและสร้างความสุข
  • การลงทุนให้มีความสุขมีตัวช่วยมากมายเช่นการใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุน การซื้อประกันที่เป็น Wealth Protection

#เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องเงิน #GetReadyToGetMore #FWD #TMB

ข้อมูลหุ้น กองทุน บทความธุรกิจและการตลาดดีๆ

แอดไลน์กันไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาสเปลี่ยนชีวิต

https://line.me/R/ti/p/%40buffettcode

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *