กองทุนสายบู๊ KT-INDIA

ปีนี้ KT-INDIA ทำผลตอบแทน (YTD) มาแล้วกว่า 40%

INDIA ไม่ได้มีดีแต่หนังฉากบู๊มันส์ๆกองทุนบู๊ๆก็มี

KT-INDIA บู๊มันส์แค่ไห?

มาส่องกันเลย!

  • KT-INDIA ลงทุนใน Invesco India Equity Fund Class A โดยลงทุนไม่น้อยกว่า 80% ของสินทรัพย์ทั้งหมด
  • กอง Invesco กองนี้บริหารโดยคุณ Shekhar Sambhshivan เป็นคนอินเดีย จบจากมหาวิทยาลัยมุมไบ มีประสบการณ์ในสายงานการลงทุนมากกว่า 25 ปี

หากดูย้อนหลัง 2 ปี KT-INDIA สามารถทำผลตอบแทนชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่อง มาดูกันว่า KT-INDIA หลักๆมีหุ้นอะไรบ้าง?

หุ้นที่ถือเยอะที่สุด IndusInd Bank เป็นธนาคารที่ก่อตั้งในปี 1994 ปัจจุบันมี 1,004 สาขาทั่วอินเดีย 3 ปีที่ผ่านมาหุ้นขึ้นมามากกว่า 600%

หุ้นธนาคารหลายๆตัวขึ้นมามากหลักๆจากการที่คนอินเดียหันมาใช้บริการธนาคาร มาเปิดบัญชีเงินฝากและใช้บริการอื่นๆมากขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออมเงินด้วยการซื้อที่ดินและทองคำ มาซื้อผลิตภัณท์ทางการเงินเช่นกองทุนรวมหรือหุ้นแทน

  • หลังจากการปฏิวัติทางการเงินของอินเดียในเดือนเมษายน ปี2014 มีเพียงเดือนเดียวเท่านั้นที่เงินไม่มีเงินลงทุนเข้ากองทุนรวมของอินเดีย ที่เหลือมีเงินเข้าเพิ่มทุกเดือน จึงมีแนวโน้มที่ราคาหุ้นจะขึ้นเนื่องจากการเข้าลงทุนของกองทุนรวม
  • กองทุนรวมของอินเดียมีจำนวนสินทรัพย์ภายใต้การจัดการสูงขึ้นกว่าเท่าตัวในสามปีที่ผ่านมา บ่งบอกได้ว่าคนอินเดียได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในกองทุนและหุ้นมากขึ้นกว่าเดิม

กลุ่มที่ KT-INDIA และ Invesco India Equity Fund ลงทุนมากที่สุดก็คือกลุ่ม การเงิน ซึ่งจะได้ผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินครั้งนี้ กองทุนลงทุนในกลุ่มการเงินถึง 44.9%

หุ้นอีกตัวในพอร์ทที่ขึ้นเยอะมากๆของ KT-INDIA คือ MARUTI ผู้ผลิตรถ MarutiSuzuki ในอินเดียซึ่งมี Market share รถนั่ง 4 ล้อสูงถึง 51% หุ้นของ Maruti เองก็ขึ้นมาเกือบๆ 10 เท่าตัวในระยะเวลาแค่ 3 ปี

สาเหตุที่หุ้นขึ้นมามากก็เพราะรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระแสเงินสดที่เติบโตมากกว่า ปี 2016 กระแสเงินสดของ MARUTI โตระเบิด โตสูงถึง 84% แม้กำไรโตเพียง 23%

นอกจากธุรกิจยานยนต์อย่าง Maruti KT-INDIA เป็นเจ้าจองธุรกิจค้าปลีกดาวรุ่งอย่าง Future Retail เจ้าของเชนค้าปลีกรายใหญ่ของอินเดียที่มีสาขา 901 สาขาภายใต้แบรนด์ค้าปลีก 4 แบรนด์ มีเป้าขยายร้านสะดวกซื้อเป็น 4,000 สาขาใน 3-5 ปี

Future Retail หรือ FRETAIL เข้าเทรดในตลาด NSE ของอินเดียที่ราคา IPO 153 รูปี ปัจจุบันหุ้นได้ขึ้นมามากกว่า 2 เท่าตัวอยู่ที่ราคาประมาณ 520 รูปี (1 รูปีเท่ากับประมาณ 51 สตางค์)

GDP ต่อหัวของอินเดียกำลังจะก้าวข้ามหลักสูงกว่า $2,000 ดอลลาร์ซึ่งจะทำให้ Retail sales ขยายตัวสูง 2-4 เท่าตัวในเวลา 10 ปี ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกอย่าง Future Retail

นอกจากธนาคาร, รถยนต์, ค้าปลีก KT-INDIA ยังมีลงทุนในบริษัท Eicher Motors ผู้ผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ไซค์รถตู้และรถบรรทุกรายใหญ่ ที่หุ้นขึ้นมาเกิน 10 เท่าใน 5 ปีที่ผ่านมาด้วย

Eicher Motors เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้ ขายมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ Royal Enfieldครองตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในอินเดียถึง 95% ในปี 2016 ปีเดียวขายมอเตอร์ไซค์ไป 666,000 คัน มีสาขาในอินเดีย 675 สาขา

ตลาดมอเตอร์ไซค์ของอินเดียคือตลาดมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 2017 คาดว่าจะขายมอเตอร์ไซค์ได้ 11 ล้านคัน (ปรับจากหน่วยของอินเดียเป็นหน่วยสากล) และมอเตอร์ไซค์มากกว่า 150 cc. ขึ้นไปคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 20%

  • อินเดียยังมีปัจจัยเร่งสำคัญอีก 1 ปัจจัยคือเรื่องการปฏิรูปภาษีเป็นระบบ GST (Goods & Services Tax) ซึ่งรวมภาษี 16 ประเถทไว้้ด้วยกันและจะทำให้การจ่ายภาษีเป็นจุดๆเดียวจากเดิมที่ต้องจ่ายทุกครั้งที่ข้ามรัฐ ส่งผลให้บริษัทต่างๆจ่ายภาษีได้ง่ายขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องลงทุนตั้งโรงงานหลายที่เพื่อบริหารภาษี ลดเงินลงทุน เพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทต่างๆและอาจทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นได้
  • GST ได้เริ่มบังคับใช้แล้วในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
  • คาดว่าทุกเรื่องที่ทำการปฏิรูปจะเริ่มเห็นผล็อย่างชัดเจนในปี 2019 เป็นต้นไป การลงทุนในกองทุนตอนนี้จึงมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง! ศึกษากันให้ดีก่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *