KT-CHINA ลงทุนจีนกับ New China economy

KT-CHINA ลงทุนจีนกับ New China economy

ลงทุนกับ New China economy ลงทุนจีนกับ KT-CHINA

อยากลงทุน กับ ธีม  New CHINA Economy? กองทุน KT-CHINA มีคำตอบให้

!!! ลงทุนในธุรกิจชั้นนำในประเทศที่เติบโตเร็วอย่างจีน เช่น หุ้น Alibaba ของ Jack Ma เป็นต้น

โดยมีผู้ช่วยเป็นผู้จัดการกองทุนระดับโลก ถ้าพร้อมแล้วมาศึกษาและลุยหุ้นแดนมังกรไปพร้อมๆกันเลย !!!”

ลงทุนหุ้นแดนมังกรกับกองทุน KT-CHINA

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยในปี 2016 มีประชากรประมาณ 1,370 ล้านคน เป็นอันดับหนึ่งของโลกโดยมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 1,000 ล้านคน

แม้คนจะเยอะแต่ขนาด GDP ของจีนยังเป็นที่สองรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ทิ้งห่างอันดับ 3 ญี่ปุ่นและ อันดับ 4 เยอรมันแบบไม่เห็นฝุ่น

แม้จะยังเป็นที่ 2 แต่คาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ของจีนสูงกว่าสหรัฐอเมริกามาก ดังนั้นขนาด GDP ของจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในอีกไม่ช้า !

นอกจากเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่องแล้วจีนยังมีนโยบายที่เข้มแข็งและแผนพัฒนาประเทศที่มีความชัดเจนอีกด้วย จีนมีแผนที่จะทำให้ขนาด GDP โต 2 เท่าตัวจากปี 2010-2020

จีนกำลังพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศครั้งใหญ่เพื่อรองรับการพัฒนาของเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) และการเชื่อมต่อของโครงสร้างต่างๆทั้งในและต่างประเทศ

Healthcare – จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง ทำให้จีนต้องพัฒนาระบบรักษาสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุพร้อมทั้งสร้างระบบบูรณาการและสนับสนุนเอกชนเพื่อร่วมกันพัฒนา

Financial services – เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการเงินซึ่งยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมากพร้อมทั้งปฏิรูปและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน

Agriculture – ปฏิรูปการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและสร้างเสริมระบบความร่วมมือกันระหว่างเกษตรกร

Infrastructure – ส่งเสริมกลยุทธ One Belt, One Road พัฒนาสู่ความเป็นเมืองโดยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นสำคัญ เชื่อมต่อประเทศต่างๆเข้าด้วยกันด้วยถนน, ท่าเรือและระบบรางด้วยนวัตกรรมและการรักษาสิ่งแวดล้อม

Environment – วางแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจบนธรรมชาติและพลังงานสะอาด ด้วยความมุ่งมั่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Innovation – เน้นอินเตอร์เน็ตและสื่อใหม่ๆ รัฐบาลเห็นความสำคัญของอินเตอร์เน็ตและอี-คอมเมริส์ ส่งเสริมการเชื่อมต่อของเศรษฐกิจดั้งเดิมเข้ากับอนิเตอร์เน็ตรวมไปถึงการส่งเสริมนวัตกรรม

ด้วยนโยบายที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลจีนส่งผลให้บริษัทในประเทศจีนโดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับ New Economy เติบโตได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง

แอพส่งข้อความของจีน QQ Mobile มีผู้ใช้ 877 ล้านคนและ WeChat มีผู้ใช้ 846 ล้านคนทิ้งห่าง LINE ที่มีผู้ใช้แค่ 217 ล้านคน มากกว่า Snapchat ที่เพิ่ง IPO ไปและเป็นรองแค่ Facebook Messenger และ WhatsApp เท่านั้น

ในขณะที่ Alibaba บริษัท Online ยักษ์ใหญ่ของจีนมี Gross Merchandise Volume ในปี 2016 สูงถึง 485,000 ล้านเหรียญ มากกว่า Amazon และ Ebay รวมกัน

ด้วยศักยภาพของเมืองจีน กำลังซื้อมหาศาลที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองและโครงสร้างพื้นฐานที่รอการพัฒนา ประเทศจีนยังพัฒนาได้อีกมาก โอกาสในการลงทุนยังมีอยู่มากมาย

แม้โอกาสจะมีมากแต่การลงทุนในเมืองจีนยังมีข้อจำกัดต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

นอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจของจีนยังมีปัญหาเชิงเทคนิคเหล่านี้ทำให้การลงทุนในจีนยังคงมีอุปสรรค 🙁

จีนกำลังเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้างในหลายส่วนเช่นปัญหาการผลิตส่วนเกิน, หนี้เสียสถาบันการเงิน, และปัญหาฟองสบูอสังหาริมทรัพย์ การพยายามแก้ปัญหาโดยการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจลงจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของ GDP จีนจึงต้องทำการแก้ปัญหาอย่างมีสมดุล CMI เครื่องชี้วัดถึงสถานะเศรษฐกิจจริงของจีนเริ่มสูงขึ้นหลังจากที่ตกลงอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี แสดงถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ภาคธุรกิจจีนส่วนใหญ่กำลังเผชิญปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ลดลงโดยมี Interest coverage ratio ลดลงจาก 11 เท่าเหลือ 5 เท่าและส่วนใหญ่ระดมทุนผ่านตราสารหนี้ระยะสั้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในกรณีอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น หรือเกิดการผิดนัดชำระหนี้ แต่ธนาคารจีนก็สามารถรับมือโดยการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

และหลังจากนั้นเพื่อจัดการกับปัญหาของหนี้สินธนาคารและภาคเอกชน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ธนาคารกลางจีนใช้วิธี 2 Tracks Interest rate system โดยปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยของตลาดเงินเป็นไปตามธรรมชาติแต่เลือกที่จะคุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารอย่างเข้มงวด หนึ่งในนโยบายคือการทำ Open market operation เพิ่มอัตราดอกเบี้ยของ Reverse repo เพื่อทำให้ต้นทุนการระดมทุนของสถาบันการเงินสูงขึ้น เพิ่มเสถียรภาพให้สถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4 ปี 2016 อัตราการเติบโตของ GDP จีนได้โต 6.8% มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.7% เหมือนกับการยืดเวลาให้กับทางการจีนเพื่อประคองสถานการณ์และคาดว่าจะลดความกังวลต่อความเสี่ยงของการเกิด Hard Landing จีนยังคงมีทั้งเวลา,ทรัพยากรและตัวเลือกอีกมากมายในการจัดการให้ตลาดกลับมาอยู่ในสถานะเหมาะสม 🙂

รู้เรื่องเศรษฐกิจไปแล้วทีนี้มาดูวิธีการลงทุนในจีนที่ถูกต้องโดย KT-CHINA Partner กับ Blackrock บริษัทระดับโลกซึ่งทำผลตอบแทนเหนือตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

โดยสถิติที่ผ่านมาก็สามารถเติบโตได้สูงกว่า MSCI China

KT-CHINA มีนโยบายลงทุนในกองทุนของ Blackrock BGF China Fund ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80%

Blackrock เป็นบริษัทบริหารการลงทุนจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1988 ผ่านวิกฤตการเงินใหญ่ๆมาทั้งหมด โดยในปี 2016 มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลทั้งสิ้น 5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

Blackrock ลงทุนในหุ้นจีนที่อยู่ในตลาดทั้งในประเทศจีนและนอกประเทศโดยมีหลักการลงทุนที่ชัดเจนแต่มีความยืดหยุ่นในการเลือกหุ้น

กองทุนมีการปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีหุ้นในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดี

โดยในเดือนพฤษภาคมมีการปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วนในหุ้น IT, Industrial, Energy และ ลดการถือครองหุ้น Financials ลง

ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2017 หุ้น 5 อันดับแรกของกองทุนคือหุ้นชั้นนำที่เป็นพื้นฐานหลักและจำเป็นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศจีน

บริษัทที่กองทุนเลือกมาไม่เพียงแต่มีสินค้าที่เป็นที่นิยมแต่ยังมีผลประกอบที่ยอดเยี่ยมและเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย หุ้นที่ถือมากที่สุดคือ Alibaba (BABA) ซึ่งมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง

การเติบโตของแต่ละสายงานยังโตค่อนข้างสูงมากระดับ 2 หลักโดยมีสายงาน Cloud computing ที่โตสูงมากระดับ 3 หลัก

Alibaba ยังได้เริ่มต้นขยายธุรกิจใหม่ๆมากมายอย่างต่อเนื่อง

แจ๊ค หม่า เชื่อว่าประเทศจีนจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไม่น่ากังวล ประเทศจีนอาจมีปีที่เหนื่อยบ้างแต่อนาคตระยะยาวยังคงสดใส (มีคลิปอยู่ด้านล่าง อย่าลืมไปกดดูกันโนะ)

ในทุกๆวิกฤตมีโอกาส

ขอหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคาร LHBANK และโบรเกอร์ชั้นนำทั่วไป

โทร 02-686-6100 กด 9

ขอข้อมูลเพิ่มเติม กดดูเพิ่มเติมได้เลย -> http://bit.ly/2tkkOX9

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *