Kesennuma Knitting กลยุทธพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสไตล์ญี่ปุ่น

Kesennuma Knitting

เสื้อ Sweater ขายราคาตัวละ 60,000 บาทพวกเธอทำได้อย่างไร – กลยุทธพลิกวิกฤตเป็นโอกาสแบบ Kesennuma Knitting

Kesennuma Knitting

ผมเชื่อว่าพวกเราหลายๆคนคงเคยเจอเรื่องแย่ๆในชีวิตที่สุดท้ายแล้วก็ผ่านมาได้ บริษัทที่เราลงทุนก็อาจจะเคยผ่านวิกฤตหลายๆอย่างมาเช่นกันจนมีวันนี้ ประเทศหลายๆประเทศที่ยังคงศักยภาพการแข่งขันได้จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยแพ้มาก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นชีวิตเล็กๆของคนหนึ่งคนไปจนถึงช่วงชีวิตของบริษัทหรือประเทศที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องเคยฝ่าฟันและก้าวข้ามวิกฤตมาก่อนทั้งนั้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าเจอวิกฤตหรือไม่? แต่เป็นการแก้ไขและฝ่าฟันให้กลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ในปี 2011 เมืองเล็กๆชื่อ Kesennuma ซึ่งเป็นเมืองทางด้านชายฝั่งตะวันออกทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น อยู่ห่างจาก Tokyo ประมาณ 4-5 ชม. เนื่องด้วยเป็นเมืองติดทะเลชาวเมืองที่นี่จึงทำอาชีพเป็นชาวประมงซะเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาเป็นชาวประมงที่เดินทางหาปลาทั่วโลกจึงมี “สมบัติลํ้าค่า” ซึ่งใช้ในการทำงานนั่นก็คือเรือประมงซึ่งจอดเทียบท่าให้เห็นอยู่เต็มชายฝั่งของ Kesennuma นั่นเอง

Kesennuma disaster

Kesennuma disaster

อย่างที่เราทราบกัน ปี 2011 เป็นปีที่มีคลื่นยักษ์ซึนามิถล่มเกาะญี่ปุ่นจากการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลในแถบ Tōhoku ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมือง Kesennuma แผ่นดินไหวครั้งนั้นรุนแรงมากกว่า 9.0 ริกเตอร์เรียกได้ว่าเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและรุนแรงอันดับ 4 ของโลกเลยทีเดียว หลังจากเกิดแผ่นดินไหวเรือประมงเสียหายเกือบทั้งหมด ชาวประมงใน Kesennuma ต้องตกงานครอบครัวของพวกเขาต้องอยู่อย่างยากลำบาก รัฐบาลญี่ปุ่นและองค์กรเอกชนต่างๆก็เข้ามาช่วยเหลือแต่ก็ช่วยได้แค่ในระยะสั้นและมีผลกระทบอย่างจำกัด แต่แล้วในตอนนั้น นักโฆษณาระดับตำนาน Shigesato Itoi ได้มองเห็นปัญหาและได้ตั้ง Project ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือโดยหวังให้ผลในระยะยาว เขาเลือก Tamako Mitarai เด็กสาวอายุ 27 ปีบัณฑิตจากมหาลัยโตเกียว อดีตพนักงาน Mckinsey ขึ้นมาเป็นผู้นำ Project ครั้งนี้และพวกเขาก่อตั้งบริษัท Kesennuma Knitting ขึ้นในปี 2013

Kesennuma crews

คำถามที่หลายๆคนคงสงสัย ทำไมต้องเป็นบริษัทถักทอ (Knitting)? หลังจากทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว Mitarai พบว่านอกจากการประมงผู้หญิงซึ่งเป็นภรรยาของชาวประมงเหล่านั้นเก่งเรื่องการซ่อมแหตกปลามากๆ ซึ่งการซ่อมแหตกปลานั้นต้องใช้ฝีมือในการถักและทอแหเหล่านั้นเข้าด้วยกัน สุดท้ายจึงทำให้ Mitarai ตัดสินใจที่จะทำบริษัททำเสื้อ Sweater ขึ้นมาแต่ปัญหาที่ตามมาคือจะขายได้อย่างไรเมื่อเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วจะทำกำไรอย่างไร? เสื้อ Sweater 1 ตัวของ Kesennuma ขายในราคาถึงตัวละ 30,000-60,000 บาทเทียบเท่าราคาเสื้อผ้าจากแบรนด์ดังย่าน Ginza  ย่านสุดหรูของประเทศญี่ปุ่น

Kesennuma product

เพื่อให้คนรู้สึกคุ้มค่าและสบายใจที่จะซื้อ Mitarai ได้ทำ 2 สิ่งด้วยกัน ข้อแรกเธอทำให้สินค้าของเธอเป็นงาน Customer made ซึ่งสร้างมาเป๊ะๆกับขนาดของลูกค้าคนนั้นๆ นอกจากนั้นเธอยังใส่ชื่อของคนที่ถักเสื้อนั้นๆให้ลูกค้ารู้ด้วย และไม่ใช่แค่นั้นคนที่ถักเสื้อยังมีการส่งจดหมายบอกลูกค้าด้วยว่าเสื้อที่พวกเขาสั่งทำนั้นทำไปถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จหรือยัง ลูกค้าบางรายเขียนจดหมายตอบ บางรายถึงกับเดินทางมาที่ Kesennuma เพื่อมาพบกับคนที่ถักเสื้อให้กับพวกเขา ดังนั้นเสื้อของ Kesennuma จึงไม่ใช่เสื้ออีกต่อไปแต่มันแฝงความรู้สึกที่ดีและเรื่องราวลงในตัวเสื้อด้วย

Kesennuma sweater

ข้อที่สอง Mitarai ได้ไปสืบเสาะหาสุดยอดด้าย,ไหมและแพทเทริน์จากทั่วโลกมาเพื่อการผลิตเสื้อของเธอโดยเฉพาะ เธอรู้ว่าถ้าใช้ไหมคุณภาพไม่ดีลายจะเห็นไม่ชัดและจะไม่ค่อยสวย ดังนั้นด้วยไหมคุณภาพดีลายเสื้อจะเห็นชัดมากๆและอยู่ทนจนลูกค้าที่ซื้อไปสามารถส่งต่อให้กับลูกหลานได้สบายๆแบบเดียวกับที่ส่งต่อชุดกิโมโน นอกจากนั้นเธอยังให้ดีไซน์เนอร์มือฉมังออกแบบและฝึกฝนแม่บ้านชาว Kesennuma ให้มีฝีมือดีขึ้นเพื่อถักเสื้อของพวกเธอ ด้วยการทำแบบนี้ทำให้เสื้อของ Kesennuma นอกจากแฝงด้วยเรื่องราวดีๆแล้วยังมีคุณภาพแบบที่หาได้ยากในปัจจุบัน บริษัทของเธอเริ่มต้นด้วยคนถัก 4 คนตอนนี้มีมากกว่า 30 คนแล้ว ส่วนคำสั่งซื้อนั้นล้นมากจนตอนนี้ต้องรอถึง 2 ปีถึงจะได้ของ แหมเวลาที่ต้องรอพอๆกับการจองซื้อกระเป๋า Birkin หรือ Kelly ของ Hermès เลยทีเดียวครับ

kesennuma tag

บริษัทของ Mitarai สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกเลยและตอนนี้ก็เป็นที่ภาคภูมิใจของพนักงานว่านอกจากพวกเธอจะได้ทำเงินช่วยเหลือครอบครัวแล้วยังสามารถจ่ายภาษีเพื่อช่วยเหลือเมืองที่พวกเธออยู่ได้อีกด้วย ถือเป็นอีกบริษัทที่ทำธุรกิจได้สวยงาม มีความคิดและอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เริ่มต้นแบบเล็กๆที่ใครๆก็ทำได้ คิดใหญ่ทำเล็กก็สำเร็จได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจว่าเราอยากไปให้ถึงหรือเปล่า ผลตอบแทนดีๆก็มีได้ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาเปรียบใครแถมยังช่วยเหลือสังคมได้อีกด้วยครับ สุโก้ยยยยยยยยยยยไปเลยยยย

 

Credit

ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่แอ๊ดได้มาจากการบอกเล่าของคุณ เกตวดี Marumura แห่งเพจ Japanese Gossip ครับ https://www.facebook.com/japangossip/

ถ้าใครสนใจสั่งซื้อสินค้าก็ติดต่อได้ที่เว็บของ Kesennuma Knitting ได้เลยครับ

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *