K-EUSMALL กองทุนหุ้นเล็กโตเร็วยุโรป ทวีปเล็กเศรษฐกิจใหญ่

K-EUSMALL กองทุนหุ้นเล็กโตเร็วยุโรป ทวีปเล็กเศรษฐกิจใหญ่

K-EUSMALL กองทุนหุ้นเล็กโตเร็วยุโรป ทวีปเล็กเศรษฐกิจใหญ่

K-EUSMALL จาก KAsset กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเล็กศักยภาพใหญ่ในยุโรปปีที่ผ่านมาทำผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยแล้ว23.59% รู้ยังว่าตอนนี้เศรษฐกิจยุโรปกำลังดีขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ?หุ้นเล็กในยุโรปกำลังเติบโตแรงแซงหุ้นใหญ่! ตัวอย่างหุ้นใน K-EUSMALL บางบริษัททำงานให้ Amazon, Google

ใครสนใจลงทุนกองนี้เริ่มต้นเพียง 500 บาทเท่านั้น จะเปิดเสนอขายช่วง IPO ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคมนี้แล้วเน่อออออ กองทุน K-EUSMALL น่าสนใจยังไง? กองทุนนี้ลงทุนในหุ้นอะไรบ้าง?มาติดตามกันในบทความเนอะ

สงกรานต์นี้ใครไปเที่ยวยุโรปมาถอนทุนค่าเที่ยวคืนกับกำไรจากกองทุน #K-EUSMALL กัน

ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก -> http://www.kasikornasset.com/Pages/K-EUSMALL/K-EUSMALL.html?utm_source=Advertorial&utm_medium=Buffettcode

จึงเรียนมาเพื่อทราบจ้า

~แอดมินคนเดิมเพิ่มเติมคืออยากไปยุโรปจุง

ใครๆก็อยากไปเที่ยวทวีปเล็กๆที่เรียกว่ายุโรป แม้จะเป็นทวีปเล็กๆแต่มีเศรษฐกิจใหญ่ ขนาดเศรษฐกิจของยุโรปถือเป็นอันดับ 2 ของโลก ยุโรปไม่ได้มีดีแค่สวยแต่ยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจด้วย !!!

ที่ผ่านมาแม้ยุโรปต้องเผชิญกับปัญหามากมาย แต่ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้คลี่คลายลง ยุโรปกำลังจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

กองทุนหุ้นเล็กโตเร็วของยุโรปอย่าง K-EUSMALL ซึ่งลงทุนในกองแม่ Invesco Continental European Small Cap Equity Fund ที่ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีได้สูงถึง 23.59%

กลยุทธ์ของ K-EUSMALL คือการ “มุ่งหาบริษัทที่ให้ผลตอบแทนที่ดี สมํ่าเสมอ อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม พร้อมจับจังหวะการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะสั้นถึงกลาง” โดยลงทุนในหุ้นเติบโตผลตอบแทนดีสมํ่าเสมอ 80-90% และหุ้นราคาถูกที่มีโอกาสเติบโตสูงอีก 10-20%

K-EUSMALL คัดเลือกหุ้นที่ดีที่สุดจาก 4,000 บริษัท

  • กรองหุ้นขนาด 100-10,000 ล้านเหรียญสหรัฐจำนวน 4,000 ตัว
  • วิเคราะห์ตัวเลขทางการเงิน
  • วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเยี่ยมชมบริษัท
  • วิเคราะห์ความเสี่ยง
  • คัดเลือกหุ้นให้เหลือ 50-80 ตัวที่ดีที่สุด
  • กระจายความเสี่ยงลงทุนบริษัทละไม่เกิน 3%

แม้หุ้นหลายๆตัวอาจจะไม่คุ้นเคยเพราะเป็นบริษัทเล็กๆของยุโรป แต่หลายๆบริษัทนั้นมีความสามารถและศักยภาพสูงมาก บางบริษัททำงานให้กับบริษัทระดับโลกที่เรารู้จักกันดีอย่าง Amazon และ Google

หุ้นตัวหนึ่งที่ K-EUSMALL ลงทุนคือกลุ่มบริษัท TKH ซึ่งทำธุรกิจวางเครือข่ายโทรคมนาคมในยุโรปและเอเซีย โดยเป็นพันธมิตรกับ Amazon และ Google ยอดขายของ TKH Group เติบโตจากประมาณ 700 ล้านยูโรในปี 2009 เป็น 1,300 ล้านยูโรในปัจจุบัน หุ้นของบริษัทเติบโตมากกว่า 561% ในระยะเวลา 9 ปี

ผู้ผลิตและวางระบบไฟรายใหญ่ของโลก สัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 125 ปี โดยมีการพัฒนานวัตกรรม และปรับตัวอย่างต่อเนื่องจากการผลิตหลอดไฟแบบดั้งเดิมสู่นวัตกรรมหลอดไฟ LED และระบบไฟในภาคธุรกิจและภายในบ้าน

Hapag-Lloyd เป็นบริษัทเรือตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติเยอรมันใหญ่อันดับ 5 ของโลก เป็นเจ้าของเรือคอนเทนเนอร์ทั้งสิ้น 230 ลำมีมูลค่าประมาณ 220,000 ล้านบาท นับว่าไม่ใหญ่แต่กลับติดอันดับ 5 ของโลกได้แปลว่าต้องไม่ธรรมดา หนึ่งในกลยุทธ์ของบริษัทคือการควบรวมกิจการกับบริษัทอื่นๆเพื่อเพิ่มกำไร

Europcar ก่อตั้งมาแล้วมากกว่า 70 ปี ทำธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย ปัจจุบันมีการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม Daimler เจ้าของเบนซ์ และมีการเทคโอเวอร์ Start-up ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริการเช่ารถอย่างต่อเนื่อง เช่น GuidaMi ใน Italy, Buchbinder ใน Germany และ Goldcar บริษัทให้เช่ารถราคาประหยัด

หุ้นเล็กแต่ศักยภาพระดับโลก ซึ่งหากเทียบการเติบโตของหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ในด้านราคาถือว่าหุ้นยุโรปอยู่ในระดับที่เหมาะสมและถูกกว่าสหรัฐฯมาก

K-EUSMALL มีนโยบายลงทุนในหุ้นเล็กที่มีการเติบโตสูงงงงงง หุ้นเล็กได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากกว่าหุ้นใหญ่ เพราะหุ้นเล็กพึ่งพิงอุปสงค์ในประเทศมากกว่าหุ้นใหญ่ที่มีการส่งออก หากดูในมุมมองของการเติบโตหุ้นเล็กจะโตเร็วกว่าหุ้นใหญ่ โดยในปี 2018 J.P. Morgan ประเมินว่าหุ้นเล็กจะโตถึง 20.2% ในขณะที่หุ้นใหญ่เติบโตเพียง 12.3% เท่านั้น

K-EUSMALL จะลงทุนในทวีปยุโรปเป็นหลัก (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) โดยลงทุนมากที่สุดใน 4 อันดับแรกคือฝรั่งเศส, อิตาลี ,เนเธอร์แลนด์ และสเปน

K-EUSMALL ลงทุนในอุตสาหกรรมดาวรุ่งและมีลักษณะเฉพาะตัวสูงของทวีปยุโรป โดย 3 อันดับแรกคือธุรกิจเชิงอุตสาหกรรม, การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือย

สรุปจุดเด่นของ K-EUSMALL

  • โอกาสได้รับผลตอบแทนสูง
  • ลงทุนในหุ้นเล็กแต่ศักยภาพใหญ่
  • หุ้นเล็กมีโอกาสเติบโตสูงกว่าหุ้นใหญ่
  • มุ่งเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นจุดเด่นของแต่ละประเทศ
  • เศรษฐกิจยุโรปเริ่มฟื้นเป็นโอกาสในการลงทุน
  • กองทุนหลักที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการลงทุนในหุ้นยุโรป
  • ลงทุนง่ายเริ่มต้นเพียง 500 บาท

ข้อควรระวังที่ต้องติดตาม

  • การแข็งค่าของเงินยูโรจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่หุ้นที่กองทุนลงทุนส่วนใหญ่ทำธุรกิจในยุโรป ผลกระทบน่าจะไม่มาก
  • ปัจจัยการเมืองภายในภูมิภาคเช่นประเด็น Brexit และอีกหลายๆประเทศ รวมไปถึงการเลือกตั้งด้วย

  • ลงทุนง่ายๆ เริ่มต้นเพียง 500 บาท
  • เสนอขายช่วง IPO ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคม 2561
  • ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ.กสิกรไทย หรือลงทุนผ่าน App K-My Funds, K-Cyber Invest
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เบอร์ 026733888
Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *