เทรด DW ให้กำไรวอลุ่มสำคัญไฉน?

เทรด DW ให้กำไรวอลุ่มสำคัญไฉน?

ย้อนไปเมื่อปี 2007 ผมเริ่มลงทุนในตลาดหุ้นครั้งแรก ผมก็เหมือนกับนักลงทุนทั่วๆไปที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการขุดหุ้น โดยเริ่มต้นขุดโดยใช้หลายๆวิธีไม่ว่าจะเป็น Technical, Fund flow และ Value investing

 

สุดท้ายมาจบที่ Value Investing หรือการลงทุนเน้นคุณค่าซึ่งเป็นแนวทางหลักของ Warren Buffett ปู่ใช้แนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจนกลายเป็นมหาเศรษฐีโลกในปัจจุบัน หลักการของปู่เป็นหลักการที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จและใครๆก็ทำได้ ผมได้เขียนเป็นบทความแชร์ประสบการณ์ของการตามรอย Warren Buffett ไว้ในเว็บของผม www.buffettcode.comครับ

 

หลังจากลงทุนมาได้เกือบ 10 ปี ผมพบว่าปัญหาหนึ่งที่ผมเจอบ่อยในการขุดหุ้นคือ “เจอหุ้นดีแต่ไม่มีวอลุ่มให้ซื้อ” สภาพคล่องหดหายถ้าวิเคราะห์พลาดแล้วซื้อไปก็ดอยกันยาวๆเลยครับ นี่คือบทเรียนที่ทำให้ผมเข้าใจถึงความสำคัญของวอลุ่ม

 

แล้ววอลุ่มคืออะไร?

สำหรับนักลงทุนมือใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจว่าวอลุ่มคืออะไร? วอลุ่มคือปริมาณการซื้อขายของหุ้นตัวนั้นๆในช่วงระยะเวลา 1 วัน ถ้ามีวอลุ่มมากหมายถึงมีคนเข้ามาซื้อขายกันจำนวนมาก ทำให้การที่เราจะเข้าไปซื้อขายหุ้นตัวนั้นทำได้สะดวก และยังบอกถึงความนิยมที่นักลงทุนมีต่อหุ้นตัวนั้นๆลองนึกภาพดูว่าถ้าเราต้องการซื้อหุ้น X ที่ราคา 10 บาทในจำนวน 100,000 หุ้นแต่มีคนขายอยู่แค่ 500 หุ้นที่ราคา 10 บาท เราก็ต้องรอให้มีคนมาขายเพิ่มเติมกว่าจะเก็บได้ครบ 100,000 หุ้นตามต้องการใช้เวลาหลายวัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้กับการขายได้เช่นกันครับ แต่ๆๆหุ้น VI ส่วนใหญ่บางทีก็วอลุ่มน้อยซะด้วยแล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?

 

Derivative Warrant (DW) ตัวช่วยการลงทุน

หลังจากที่ลงทุนมาได้สักพัก ผมเจอปัญหาเรื่องวอลุ่มของหุ้นบางตัว ก็เลยไปศึกษาสิ่งที่เรียกว่า DW ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวตามหุ้นแม่ ซึ่งมันต่างจากหุ้นตรงที่ผู้ออก DW มีหลายเจ้า แล้วถ้าเราอยากใช้ DW เราควรจะใช้ DW ของเจ้าไหนดี? พอศึกษาไปได้ซักระยะก็ค้นพบว่า DW มีส่วนคล้ายกับการลงทุนหุ้นอยู่เหมือนกัน คือมีวอลุ่มเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้นหรือ DW วอลุ่มยิ่งมากยิ่งดี ทำให้เราซื้อขายได้สะดวก เข้าออกง่าย ดังนั้นหากจะเลือกเทรด DW ต้องการ DW ที่มีวอลุ่มสูงๆ

 

แล้ววอลุ่มของ DW มาจากไหน

วอลุ่มของ DW มาจาก 2 ส่วนคือ 1) มาจากนักลงทุนที่ซื้อขาย DW ตัวนั้นๆอยู่ในตลาด และ 2) มาจากผู้ออกตราสารเอง ซึ่งแน่นอนว่าในระยะแรกๆ วอลุ่มจากผู้ออกตราสารมักจะมีค่อนข้างมาก ซึ่งปกติจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ในการวางวอลุ่ม (เหมือนเทรดกับคอมพิวเตอร์) ที่เราเรียกว่า Market Maker นั่นเอง

 

หนึ่งในหน้าที่ของผู้ออก DW ที่ดีคือต้องดูแล DW ที่ออกให้มีปริมาณวอลุ่มเพียงพอต่อการซื้อขายด้วย ซึ่งถ้า DW ตัวไหนเป็นที่นิยมเราจะไม่ได้เทรดแค่เพียงกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังมีนักลงทุนจริงๆเข้ามาเทรดด้วย

 

ข้อดีของการที่มีนักลงทุนเข้ามาเทรดคือการทำให้เราซื้อง่ายขายคล่องขึ้น เพราะต้องอย่าลืมว่า DW ไม่เหมือนหุ้น และมีปัจจัยด้านระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าถือจนหมดอายุและ DW ตัวนั้นเป็นสถานะ Out-of-the-money หรือ At-the-money DW ตัวนั้นจะหมดค่ากลายเป็น 0 ไปในทันทีดังนั้นในการเลือกเทรด DW นั้นวอลุ่มและความนิยมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าที่เราคิดมากกกกกกก !

แล้วเราจะเลือกเทรด DW อย่างไรถึงจะได้ตัวที่มีวอลุ่มสูงๆ?

หลายคนคิดว่าวอลุ่มไม่ใช่เรื่องสำคัญในการเทรด DW เพราะอย่างไรผู้ออกก็จะต้องวาง Bid Offer ตามราคาหุ้นแม่อยู่แล้ว… ถูกครึ่งหนึ่งครับ แต่เราก็ต้องดูด้วยว่า นอกจากราคาที่วิ่งตามหุ้นแม่แล้ว ผู้ออกที่เรากำลังเทรดอยู่ได้มีการวางวอลุ่มให้เพียงพอต่อพอร์ตของเราหรือไม่และได้รับความนิยมจากนักลงทุนแค่ไหน

 

ลักษณะของ DW ที่ดีต้องมีลักษณะประมาณไหน

เพื่อความง่ายในการอธิบายผมขอยกตัวอย่างจริงของ DW13 จาก KGI ครับ เนื่องจากเป็นผู้ออกตราสารประเภท DW ที่มีปริมาณวอลุ่มการซื้อขายสูงที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน

  1. DW13 ของ KGI ส่วนใหญ่แล้วมีวอลุ่มสูง สภาพคล่องสูง ทำให้เทรดง่าย ลดความเสี่ยงเรื่องเข้าแล้วออกไม่ได้ เพียงพอสำหรับพอร์ตส่วนใหญ่ครับ แต่ถ้ามีนักลงทุนรายใหญ่อยากซื้อ DW แล้ว Volume ไม่พอก็สามารถติดต่อทาง KGI เพื่อขอซื้อตรงได้เลยอีกด้วย
  2. แม้ DW13 ของ KGI มีจะ Market maker คอยดูแลสภาพคล่องให้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์แต่ด้วยความที่เป็นรายใหญ่วอลุ่มเยอะ มีคนเข้ามาเทรดมาก ยิ่งทำให้เทรดง่ายไม่ต้องพึ่งพิงแต่เพียง Market maker อย่างเดียว
  3. KGI เป็นผู้บุกเบิกและเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายแรกที่เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (PTT13CA) แก่นักลงทุนในเดือนมิถุนายน ปี 2552 บอกถึงประสบการณ์อันยาวนาน และเป็นผู้ออกตราสาร DW รายแรกของประเทศไทย

และที่สำคัญรู้หรือไม่ว่าการมีวอลุ่มเยอะๆจะทำให้นักลงทุนมีโอกาสซื้อ-ขายได้ราคาดีกว่าตารางราคาตามที่ผู้ออกได้แจ้งไว้ วอลุ่มเยอะๆขนาดนี้ดีต่อคนเทรดแต่สำหรับบริษัทที่ออก DW ต้องบอกว่าไม่ง่ายนะครับ DW ที่มีวอลุ่มเยอะๆก็บริหารจัดการให้ราคาตรงตามตารางได้ยากเป็นเงาตามตัว การที่ DW13 ของ KGI สามารถบริหารจัดการได้ถือว่าเป็นบริษัทที่มีความรู้ความสามารถในการออกและ “ดูแล” เจ้า DW ได้เป็นอย่างดี และนี่ก็คือหนึ่งในเทคโนโลยีจากประเทศไต้หวันที่ KGI นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักลงทุนไทย

ภาพจากเว็บ Thaiwarrant.com

รูปพรรณของ DW ที่ดีเริ่มจากวอลุ่ม

นอกจากปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น DW ที่มีวอลุ่มสูงๆจะถือว่าเป็น DW ที่เข้าข่าย “ป๊อปปูล่า” มีคนเข้ามาเทรดเยอะเป็นที่นิยมของทุกคน วอลุ่มไม่ได้มีดีแค่สภาพคล่องแต่เรียกได้ว่าดีทั้งเรื่องเทรดและดีต่อใจในเวลาเดียวกันเลยทีเดียว สรุปแล้วการเทรด DW ที่ดีต้องดูหลายองค์ประกอบด้วยกัน

ถ้าเทียบระหว่าง DW ที่ไม่ค่อยมีวอลุ่มและ DW13 วอลุ่มสูงที่ผมเอามาใช้เป็นตัวอย่างก็จะเปรียบเทียบได้ประมาณนี้ครับ

DW ที่มีวอลุ่มเยอะๆนั้นนอกจากแสดงถึงความเป็นที่นิยมขอนักลงทุนแล้ว ยังสะท้อนถึง ความน่าเชื่อถือของผู้ออก และความสามารถของผู้ออกในการจัดการราคาของ DW ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงๆ ให้ตรงตามตารางราคาอีกด้วย

ผู้ออก DW ไม่ได้เหมือนกันทุกเจ้า

จากตัวอย่างของ DW13 จาก KGI สรุปคือ DW ไม่ได้เหมือนกันทุกเจ้านะครับ ในการเทรด DW หากเรารู้จักเลือกสักนิด ศึกษาอีกหน่อย จะทำให้คุณได้ DW ที่ดีที่สุดสำหรับการเทรดของคุณ หนึ่งในปัจจัยที่คุณควรให้ความสำคัญคือสภาพคล่อง, ความนิยมของ DW ตัวนั้น, ความเสี่ยงในการเทรด (ซึ่งขึ้นชื่อว่าการลงทุนก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว เลือก DW ให้ดีลดความเสี่ยงได้), เทรดง่ายทำให้ไม่ต้องวางแผนเพิ่มมาก, สภาพคล่องสูงและที่สำคัญมีโอกาสได้ราคาที่ดีกว่าจากการที่มีคนเข้ามาเทรดจำนวนมากไม่ใช่แค่มี Market maker อย่างเดียว ศึกษาหา DW ที่ใช่ครั้งเดียวสร้างกำไร ทำให้คุณสบายใจใช้กันไปอีกนาน สำหรับผมถือว่าคุ้มมากๆสำหรับการศึกษาครั้งนี้ครับ

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปได้ที่เวปไซต์:thaiwarrant.com

 

ขอให้มีความสุขกับการลงทุนครับ

~แอดมินบัฟเฟตต์โค้ด วอลุ่มสูงงงงง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *