โลกใหม่ “มาตรฐานจีน” หน้าตาเป็นไง?

โลกใหม่ “มาตรฐานจีน” หน้าตาเป็นไง?

จาก Made in China สู่ China Standard



มีคำพูดตลกๆที่พูดว่า “ถ้าพระเจ้าคือผู้สร้างโลก จีนคือผู้สร้างที่เหลือทั้งหมด”

เป็นความฝันของประเทศจีนมานานที่จะพยายามผลักดันมาตรฐานของตัวเองให้กลายเป็น “มาตรฐานโลก”

ในอดีตสินค้า Made in China ถูกมองเป็นสินค้าที่มีคุณภาพแย่ เป็นของก๊อปปี้และไม่มีนวัตกรรมอะไรเลย

ปัจจุบันสินค้าของจีนได้รับการยอมรับมากขึ้นสินค้าดีๆหลายๆอย่างถูกผลิตจากจีนไม่ว่าจะเป็นมือถือชื่อดังอย่าง Iphone หรือแม้แต่รถไฟความเร็วสูงที่ว่ายากๆก็ Made in China มาแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังชอบสินค้าของ Made in U.S.A, Japan หรือ Korea มากกว่าอยู่ดี จีนจะทำยังไงที่จะเปลี่ยนมุมมองของคนว่า Made in China คือของดี !

 

สหรัฐอเมริกาเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลทุกๆประเทศและสร้างมาตรฐานต่างๆให้กับโลก

แต่หลังจากที่ Trump ขึ้นมาเป็นประธานาธิปดีก็มีนโยบายหลายๆอย่างออกมาเป็นนโยบายที่เน้นชาตินิยมอย่างมาก

สหรัฐอเมริกาเริ่มกลายเป็นชาติที่ไม่สนโลก อาจจะส่วนนึงก็เพราะเศรษฐกิจของอเมริกาเองกำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้านรวมถึงการสูญเสียตำแหน่งพี่ใหญ่ของโลก จึงทำให้ Trump ตัดสินใจที่จะต้องเน้น “American First”


การกลับไปเน้นประเทศตัวเองของอเมริกาทำให้เกิดช่องว่างและเปิดโอกาสให้กับประเทศที่อยากจะเป็นผู้นำมานานแล้วนั่นก็คือจีนนั่นเอง

จีนซึ่งไม่เคยมีการประชุมด้านการทูตระหว่างประเทศมาได้ซักระยะหนึ่งแล้วตั้งแต่ปี 2006

แต่สุดท้ายจีนก็เข้าใจได้ถึงศักยภาพของตนเอง คำที่เติ้ง เสี่ยวผิงเคยพูดไว้ว่าให้ “เก็บแรงไว้ และรอเวลา” บัดนี้เวลานั้นมาถึงแล้ว

จีนเริ่มต้นประชุมเรื่องการทูตระหว่างประเทศอีกครั้งในเดือนตุลาคม ปี 2013 นอกจากเรื่องการทูตแล้วยังมีการประชุมเรื่องนโยบายกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นการประชุมครั้งแรกตั้งแต่ตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนมาเลยทีเดียว

 

ในปี 2013 จีนประกาศโครงการขยายโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์ที่จะเชื่อมจีนและ “โลก” เข้าด้วยกัน จีน “คิดใหญ่” โดยการชุบชีวิตเส้นทางการค้าในอดีต “เส้นทางสายไหม” ขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ชื่อใหม่ One Belt, One Road (OBOR)

OBOR คือโครงการที่จะเชื่อมต่อเส้นทางการค้าของประเทศต่างๆและจีนเข้าด้วยกันทั้งเส้นทางทางบกและทางเรือ

One Belt เส้นทางบกมี 3 เส้นเหนือ,กลาง,ใต้ เริ่มต้นจากตอนกลางของประเทศจีนผ่านมณฑล Xinjiang ผ่านตะวันออกกลาง Turkey, Poland, Germany ไปสุดทางที่ Venice, Italy

One Road ชื่อ Road แต่จริงๆเป็นเส้นทางเดินเรือ เริ่มต้นที่เมือง Fuzhou มลฑล Fujian ล่องเรือมาทางตอนใต้ผ่าน Malaysia, Indonesia, Singapore, Srilanka, Egypt ผ่านคลอง Suez, Greece ไปบรรจบกันที่ Venice, Italy

 

ประโยชน์ที่ประเทศต่างๆตามเส้นทางจะได้รับคือการลงทุนขนานใหญ่ที่ก็ไม่ได้เกิดมานานสำหรับหลายๆประเทศ จะทำให้การค้าระหว่างเส้นทางเหล่านั้นและคุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น ส่วนประโยชน์ที่จีนได้รับหลักๆก็มีหลายประการอย่างเช่น ทำให้โรงงานในจีนที่มีเยอะมากเกินกำลังซื้อจะด้เริ่มกลับมามีงานไม่ว่าจะเป็นโรงงานเหล็ก หรือเคมีต่างๆ และทำให้จีนสามารถส่งสินค้าข้ามไปขายประเทศอื่นๆได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ประเด็นที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือแผนการที่จะส่งออก “มาตรฐานจีน” ให้กลายเป็นมาตรฐานโลก !

 

มีคำกล่าวของนักธุรกิจจีนว่า “ผู้ผลิตชั้น 3 สร้างสินค้า, ผู้ผลิตชั้น 2 สร้างเทคโนโลยี, ผู้ผลิตชั้น 1 สร้างมาตรฐาน” จีนมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนจาก “Mass producer” เป็น “Standard Setter” ให้ได้ ครั้งนี้เริ่มต้นจากสิ่งที่จีนทำได้ดีก่อน 2-3 อย่าง นั่นก็คือรถไฟความเร็วสูง, การสื่อสารและงานก่อสร้างที่จีนถือว่าชํ่าชองมาก !

รถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นดั่งเพชรของอุตสาหกรรมจีนที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างมากเพราะนอกจากเป็นเรื่องที่จีนพยายามช่วงชิงความเป็นผู้นำกับชาติที่พัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นแล้ว หากทำให้คนยอมรับรถไฟความเร็วสูงของจีนได้ก็จะทำให้อุตสาหกรรมอื่นๆได้รับผลประโยชน์ในเชิงของภาพลักษณ์ที่ดีไปด้วยและถ้ามองในมุมของจำนวนรางรถไฟความเร็วสูงจีนถือว่าเป็นผู้นำแล้วในระดับหนึ่ง เพราะรางรถไฟความเร็วสูงของทั้งโลก กว่า 50% อยู่ในประเทศจีน การจะผลักดันให้เป็นผู้นำก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

การสื่อสารก็เป็นอีกอุตสาหกรรมนึงที่มีความสำคัญสำหรับประเทศจีนมาก เพราะโลกเราทุกวันนี้เชื่อมต่อกันด้วยการสื่อสารและจีนเองก็เป็นประเทศที่พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยการสื่อสารเช่นกัน บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารอย่าง Huawei และ ZTE มีรายได้กว่า 70% จากรายได้นอกประเทศจีน อย่างในประเทศไทยถ้าติดอินเตอร์เน้ตความเร็วสูงไม่ว่าจะของยี่ห้อไหนก็ตามจะเห็นว่าโมเด็มและอุปกรณ์บนเสาสัญญาณส่วนใหญ่จะเป็นของ Huawei

ส่วนเรื่องการก่อสร้างจะเห็นว่าที่ผ่านมาจีนพัฒนาประเทศด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างการสร้างถนนและสะพาน ด้วยจำนวนที่มหาศาลทำให้จีนสามารถผลิตวัตถุดิบและจัดการกับงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายๆคนน่าจะเคยเห็นจากวีดีโอใน Youtube บ่อยๆว่าจีนสร้างได้เร็วแค่ไหน

 

แต่ๆๆการที่ “มาตรฐานจีน” จะเป็นกลายเป็นมาตรฐานโลกได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางประเทศไม่เอาด้วยเพราะคิดการที่จีนทำแบบนี้คือการล่าอาณานิคมในเชิงธุรกิจ(ซึ่งถึงจีนออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่จริ้งไม่จริงงงงง แต่ไม่มีใครเชื่อ 555) อย่างนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ของอินเดียก็มีท่าทีคัดค้านโครงการนี้ด้วยการไม่ให้จีนตัดถนนผ่านแคว้นแคชเมียร์ที่อินเดียปกครองอยู่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือก็แสดงการคัดค้านด้วยการไม่เข้าร่วมประชุมกับจีน

 

แม้เส้นทางจะดูเหมือนยากลำบากแต่ถ้าเราศึกษาก็จะเห็นว่าจีนเองพัฒนาคล้านๆโมเดลของญี่ปุ่นหรือใต้หวันที่ทำมาก่อนเช่นกัน 30-40 ปีก่อน Made in Japan คือสินค้าคุณภาพแย่ในสายตาชาวโลก แล้วตอนนี้ล่ะ? อย่างประเทศไทยเราตอนนี้ก็ใช้ของจีนกันเป็นเรื่องปกติแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องว่ามาตรฐานจีนจะเกิดไม่เกิด เพราะมันเกิดไปแล้วในไทย

 

ส่วนจะเปลี่ยนมาตรฐานจีนให้เป็นมาตรฐานโลกแล้วเขาจะยอมรับมั้ยคำถามคงไม่ใช่ยอมรับหรือไม่ แต่คำถามคือเมื่อไหร่ ถ้าเอาเฉพาะในไทยลองหันซ้ายหันขวาดูรอบตัวแล้วจะเห็นว่ากว่า 80%-90% เป็นสินค้า Made in China ไปแล้ว จำนวนคนจีนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจของประเทศจีนที่มีต่อไทยก็มากขึ้นมาก โลกใหม่มาตรฐานจีนหน้าตาเป็นอย่างไรคงไม่ต้องอธิบายแล้ว ส่วนเรื่องไทยเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของจีนหรือไม่? ก็ไม่รู้สินะ !

 

ติดตามเรื่องเล่าการลงทุนและกลยุทธธุรกิจมันส์ๆได้ที่ fb.com/buffettcode

 

Source:

https://www.weforum.org/agenda/2017/06/china-new-silk-road-explainer/?utm_content=buffercf755&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer

https://www.lowyinstitute.org/publications/understanding-belt-and-road-initiative