บัฟเฟตต์กับเจ้าชายกบ

บัฟเฟตต์กับเจ้าชายกบ

 บัฟเฟตต์กับเจ้าชายกบ

บัฟเฟตต์กับเจ้าชายกบ

เลือกลงทุนในกิจการและผู้บริหาร

 

หนึ่งในสิ่งที่นักลงทุนมักจะชอบและให้คุณค่าสูงคือบริษัทที่มีการเติบโตของกำไรอย่างก้าวกระโดด และจะชอบมากโดยเฉพาะถ้ากำไรที่ก้าวกระโดดนั้นมาจากการซื้อกิจการหรือควบรวมบริษัทอื่นๆมารวมกัน หนึ่งในบริษัทที่ซื้อกิจการมากที่สุดไม่ใช่อื่นใดแต่คือบริษัทของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เบริกไชร์ ฮาทาเวย์นั่นเอง การซื้อกิจการคือสิ่งที่ทำให้ทั้งบัฟเฟตต์และชาร์ลีตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ซื้อกิจการที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม,  มีความได้เปรียบในเชิงเศรษฐศาสตร์ซึ่งมาพร้อมกับผู้บริหารที่ทั้งสองชอบ,เชื่อใจและชื่นชม แต่ถึงกระนั้นบัฟเฟตต์ก็ได้บอกเอาไว้ว่าแม้จะดูเหมือนความสำเร็จของเขาทั้งสองได้มาอย่างง่ายดายแต่จริงๆแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นนัก พวกเขาต้องมองหาโอกาสในการซื้อกิจการอย่างต่อเนื่องและยาวนานดังเช่นกันการเลือกคู่ครอง ซึ่งจะได้ได้ผลดีเมื่อขยัน, กระตือรือล้นและเปิดกว้างแต่หลายครั้งๆที่มักให้ผลไม่ค่อยดีนักในกรณีที่ต้องตัดสินใจทำในระยะเวลาอันรวดเร็ว

 

ในอดีตบัฟเฟตต์ได้สังเกตเห็นการซื้อกิจการและควบรวมจากผู้บริหารเลือดร้อนและใจเร็วซึ่งซื้อกิจการด้วยวิธีที่คล้ายๆกับนิทานที่พวกเขาเคยได้ฟังในตอนเด็กเรื่อง “เจ้าชายกบ” จากความสำเร็จของเจ้าหญิงที่จูบกบทำให้กลายเป็นเจ้าชาย ผู้บริหารเหล่านั้นจ่ายในราคาที่สูงเพื่อสิทธิในการจูบกิจการกบและหวังว่ากบเหล่านั้นจะกลายเป็นเจ้าชายในเร็ววันตามนิทานแต่สิ่งที่ตามมามักจะกลายเป็นความผิดหวัง และแทนที่จะกลับมาคิดว่าทำไมกบเหล่านั้นถึงไม่กลายเป็นเจ้าชาย จูบของพวกเขาไม่มีประสิทธิภาพ หรือพวกเขาจูบกบผิดตัวกันแน่ พวกเขากลับใช้ความผิดหวังนั้นเป็นพลังในการตะบันจูบกบตัวใหม่ๆที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องด้วยความคาดหวังว่าจะต้องกลายเป็นเจ้าชายเข้าซักตัว แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นและแม้แต่ผู้บริหารที่โลกสวยที่สุดก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายเมื่อพวกเขาต้องถูกบังคับให้คุกเขาลงและรับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ในการดำเนินงานแบบก้าวกระโดดนี้ผู้บริหารได้รับบทเรียนครั้งสำคัญแต่ผู้ถือหุ้นต้องเป็นผู้รับภาระในการจ่ายค่าเล่าเรียน

 

“ในช่วงต้นๆของการทำงานเป็นผู้บริหารของผม ผมออกเดทกับกบสองสามตัว แต่มันมักจะเป็นการเดทที่ไม่แพงซักเท่าไหร่ ผมอาจจะไม่สปอรต์นักนะแต่สุดท้ายผลตอบแทนของผมกลับเทียบเท่าพวกที่จ่ายแพงๆสำหรับกบค่าตัวสูง” บัฟเฟตต์กล่าว แต่บางครั้งกบถูกๆก็กลายเป็นความผิดพลาดเหมือนกันพวกมันไม่ได้กลายเป็นเจ้าชาย มันทำให้บัฟเฟตต์ได้เรียนรู้ดังคำสอนของโปรกอล์ฟคนหนึ่งว่า “การฝึกฝนไม่ได้ทำให้สมบูรณ์แบบแต่ทำให้ยั่งยืน (Practice doesn’t make perfect; practice makes permanent.)” ทำให้หลังจากที่ได้ฝึกฝนนั้นบัฟเฟตต์เปลี่ยนมาซื้อกิจการที่ดีในราคาที่เหมาะสมแทน

 

ในโลกแห่งความเป็นจริง เราสามารถที่จะเลือกซื้อกบในราคากบ หรือเราจะเลือกซื้อกบในราคาเจ้าชายก็ได้แต่จงจำไว้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณซื้อกบในราคาเจ้าชาย คุณต้องมั่นใจว่าจูบของคุณนั้นมันทรงอนุภาพมากๆเพื่อจะได้มั่นใจว่ากบจะต้องกลายเป็นเจ้าชายแน่ๆ แต่ถามจริงมันเป็นแบบนั้นมั้ย? คงต้องเกิดปฏิหารย์เท่านั้นที่จะทำให้กบที่ไม่ใช่เจ้าชายกลายเป็นเจ้าชายได้ แต่ถึงอย่างนั้นผู้จัดการส่วนใหญ่ก็ยังคงมั่นใจในตัวเองต่อไป (และแน่นอนด้วยค่าใช้จ่ายที่ผู้ถือหุ้นเป็นคนจ่าย)

 

บัฟเฟตต์สังเกตว่าที่ผ่านมาการซื้อกิจการหลายๆครั้งมักจะให้ผลที่ยอดเยี่ยม มักจะมีปัจจัยสำคัญที่แบ่งออกเป็นสองข้อด้วยกันคือ ข้อแรกเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ซื้อเฉพาะกิจการที่สามารถปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงๆ ซึ่งกิจการแบบนี้มีจุดเด่น 2 ข้อด้วยกันคือสามารถขึ้นราคาได้ค่อนข้างง่ายแม้ความต้องการสินค้าจะไม่โตและกำลังการผลิตยังเหลืออีกมากโดยที่ไม่ต้องกลัวที่จะเสียลูกค้า และอีกข้อคือความสามารถในการเพิ่มปริมาณยอดขายได้โดยที่ไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่มมากมาย ผู้บริหารที่มุ่งมั่นในการซื้อกิจการที่กล่าวมาเท่านั้นมักจะประสบความสำเร็จและมีผลงานอันยอดเยี่ยม อย่างไรก็ดีกิจการหรือกบประเภทนี้มักจะหากยากมากๆ บางครั้งแม้จะหาเจอก็ต้องพบกับราคาที่สูงจนไม่คุ้มที่จะจูบ

 

ข้อสองเกี่ยวข้องกับผู้บริหาร Superstar ผู้มีจูบที่ทรงอานุภาพและเป็นนักเลือกกบทีมชาติ ผู้บริหารอย่าง Tom Murphy ของ Capital Cities Communication คือตัวอย่างที่ดีซึ่งนอกจากจะเก่งสุดยอดแล้วยังเลือกซื้อเฉพาะกิจการในจุดเด่นข้อแรกเท่านั้นทำให้การจูบกบของเขานั้นแทบจะไม่พลาดเลยทีเดียว ผู้บริหารเหล่านี้มักเลือกซื้อกิจการไม่บ่อยนักและมักจะเห็นการซื้อหุ้นคืนของบริษัทตัวเองเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล สำหรับวอร์เรน บัฟเฟตต์เองเขาไม่คิดว่าเขาอยู่ในจุดเด่นข้อสองด้วยเหตุที่เขาคิดว่าตัวเขาเองนั้นความสามารถธรรมดาเอามากๆ และด้วยความที่เขาคิดว่าตัวเขาเองไม่ได้มีความเข้าใจในตัวกิจการบางกิจการทำให้เขาละเลยจุดเด่นข้อ 1 และเกิดความผิดพลาดในการซื้อกิจการ “ผมทำได้ไม่ดีเท่าที่ผมโม้ไว้” บัฟเฟตต์กล่าว แต่เขาก็เรียนรู้ได้ดีและได้สรุปจากบทเรียนที่ผ่านมาว่าในบางกรณีการเลือกซื้อบางส่วนของกบที่เราดูก็รู้ว่าเป็นเจ้าชายได้ง่ายๆก็ดีกว่าการซื้อกบทั้งตัวที่เราไม่มั่นใจหรือเราอาจจะเลือกซื้อกบที่กลายเป็นเจ้าชายแล้วก็ได้ถ้าพวกเขาไม่แพงจนเกินไปตราบใดที่เรามั่นใจว่าจูบของเราจะไม่ทำให้พวกเขากลับไปเป็นกบเหมือนเดิม

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *