สรุปหุ้น BDMS ขึ้นมาเพราะอะไร? จะขึ้นต่อหรือไม่? ไตรมาส 1 ปี 2018

สรุปหุ้น BDMS ขึ้นมาเพราะอะไร? จะขึ้นต่อหรือไม่? ไตรมาส 1 ปี 2018

โดยเพจ Buffettcode
ข้อมูลหุ้น 10 ปี จาก Finnomena.com/stock
หุ้น BDMS หรือกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เป็นหุ้นที่ขึ้นมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา BDMS จดทะเบียนกับ SET ครั้งแรกในปี 2534 BDMS เข้าตลาดครั้งแรกด้วยราคา 125 บาท พาร์ 10 หลังจากนั้นมีการแตกพาร์ เพิ่มทุน ทำให้จำนวนหุ้นและราคาเป็นอย่างในปัจจุบัน

ถ้าดูราคาวันแรกที่มีข้อมูลคือราคา 0.32 บาท ปัจจุบันหุ้นอยู่ที่ราคา 26 บาท นับว่า BDMS คือหุ้นที่ทำผลตอบแทนสูงที่สุดในตลาดตัวหนึ่งก็คือทำผลตอบแทน (ไม่รวมปันผลต่างๆ) ได้สูงถึง 80 เท่าตัว

ถ้าลงทุนกับ BDMS ด้วยเงิน 1 ล้านในวันแรกที่เข้าตลาดผ่านมา 20 กว่าปีวันนี้คุณจะมีเงินเกิน 80 ล้านบาทแน่นอนว่าถ้ารวมปันผลก็คงมากกว่านี้พอสมควร …

ช่วงที่ผ่านมา BDMS มีการลงทุนขยายอย่างหนัก หากเราดูที่กระแสเงินสดจากการลงทุน (Cashflow from Investment) จะเห็นว่าการลงทุนของ BDMS สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2557 – มีการลงทุน 16,155 ลบ.
2558 – มีการลงทุน 5,182 ลบ.
2559 – มีการลงทุน 9,492 ลบ.
2560 – มีการลงทุน 11,869 ลบ.

เม็ดเงินลงทุนเหล่านี้ไปลงทุนเพิ่มทั้งจำนวนโรงพยาบาล การทำ M&A รวมไปถึงการปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆให้ดีขึ้น เงินที่ลงทุนไปกลายเป็นค่าเสื่อมที่สะท้อนในงบกำไรขาดทุนเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลถึงผลกำไรของ BDMS ทำให้การเติบโตของกำไรลดลง

ภาพรวมการเติบโตของกำไรใน 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ประมาณนี้
2557 – รายได้โต 11% กำไรโต 18%
2558 – รายได้โต 12% กำไรโต 9%
2559 – รายได้โต 8% กำไรโต 5%
2560 – รายได้โต 10% กำไรโต 21%

สังเกตได้ว่ากำไรโตน้อยกว่ารายได้ตลอด ส่วนหนึ่งก็เพราะมีค่าใช้จ่ายจากค่าเสื่อมจากการลงทุนนั่นเอง

แต่แล้วล่าสุดการเติบโตกำไรของ BDMS ใน 1Q2561 กลับมาเติบโตสูงอีกครั้งโดยกำไรโตถึง 49% รายได้โต 15.3%
ทำไมกำไรถึงโต และอะไรทำให้กำไรของ BDMS โตกว่ารายได้เยอะมาก?

ปัจจัยที่ทำให้รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นมีด้วยกัน 3 ประการด้วยกัน

  1. จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของศูนย์โรคเฉพาะทาง, การเพิ่มขึ้นของโรคระบาดต่างๆ และกลยุทธของบริษัทที่หันมามุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพที่เพิ่มจากมีสัดส่วน 26% ของรายได้มาเป็น 29% ของรายได้
  2. ผลประกอบการของโรงพยาบาลในเครือข่ายที่เติบโตสูงขึ้น กรุงเทพเติบโต 13% ต่างจังหวัดเติบโต 18% รวมไปถึงผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโต 12% ด้วย
  3. เนื่องจากมีโรคระบาดมากขึ้นทำให้มีรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) เติบโตสูงถึง 19% การเติบโตของผู้ป่วยในทำให้กำไรของ BDMS เติบโตได้ดีเพราะมีการใช้จ่ายมากกว่าผู้ป่วยนอก

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่ารายได้คือการเติบโตของกำไร BDMS เริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว หลังจากที่ลงทุนหนักมาอย่างยาวนาน

BDMS ประกาศว่าต่อไปจะลงทุนให้น้อยลง เน้นเพิ่มรายได้จากรพ., เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานจาก Facility ที่มีอยู่แล้วและควบคุมค่าใช้จ่ายในหลายๆด้าน นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หุ้นกลับมาอยู่ในขาขึ้นอีกครั้ง

รายได้โต 15% ค่าใช้จ่ายโตเพียง 10% น้อยกว่ารายได้ ปัจจัยนี้จะทำให้กำไรของ BDMS เริ่มเติบโตสูงอีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 13% จากการแปลงสภาพของหุ้นกู้ ผลก็คืออัตราการทำกำไรของ BDMS ดีขึ้นจาก 11.3% ใน 1Q2560 มาเป็น 14.6% ใน 1Q2561

แล้ว BDMS จะยังเติบโตต่อไปหรือไม่? บริษัทได้ตั้งเป้าระยะยาว 3-5 ปีไว้ดังนี้

  1. รายได้และกำไรเติบโตอย่างน้อย 10% ซึ่งหมายความว่าถ้าทำได้ตามนี้และคุมค่าใช้จ่ายได้แบบที่บอก กำไรจะเติบโต 2 digit และมากกว่า 10% ต่อปีแน่นอน
  2. อัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานไม่รวมค่าเสื่อม (EBITDA) ไม่น้อยกว่า 25% ปัจจุบันอยู่ที่ 24.6% ผลจากการคุมค่าใช้จ่ายช่วยทำให้กำไรมีเสถียรภาพมากขึ้น
  3. เพิ่ม Utilization rate จาก 65% เป็นขั้นตำ่ 80% เพื่อให้ใกล้เคียงกับอัตรา Utilization rate ของรพ.เก่งๆในโลกที่อยู่ที่ 90% การปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้สำเร็จใน 2 ปี สิ่งนี้จะทำให้ BDMS สามารถใช้สินทรัพย์ที่ลงทุนมาอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มน้อยมาก (เพราะใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว) ทำให้กำไรโตดี

ถ้าทำได้ตามเป้า BDMS ก็มีโอกาสที่จะขึ้นต่อ แต่ความเสี่ยงก็มีอยู่บ้าง ถ้าดูย้อนหลังไป 10 ปีจะเห็นว่า BDMS Trade ที่ P/E 31-45 เท่า ปัจจุบัน BDMS มี P/E ที่ประมาณ 36 เท่าถือว่ากลางๆ ถ้าดูเป็น P/E ของปีหน้า (Forward P/E) ที่ราคา 26 บาทและเติบโตประมาณ 10-20% P/E ก็จะอยู่ที่ประมาณ 31-32 เท่าพอดีๆ ก็อยู่ที่ว่า BDMS จะสามารถดำเนินงานตามที่คาดไว้ได้มากน้อยแค่ไหน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ BDMS

  • ในขณะที่หลายๆกลุ่มรพ.ยังมีรพ.ที่ขาดทุน แต่ทุกรพ.ของ BDMS มีกำไรหมดแล้วนะจ๊ะ
  • ปัจจุบัน BDMS มีสัดส่วนรายได้คนไข้ต่างชาติ 32% ของรายได้ ต่อไป BDMS กำลังเปิดฉากบุกคนไข้ต่างประเทศบ้างแล้ว กลุ่มนี้กำไรดีกว่าคนไข้ไทย
  • ในอนาคต Asia จะเป็นทวีปที่ประชากรมากที่สุดในโลก การบุกตลาดคนไข้ต่างชาติจึง Make sense ชาวต่างชาติชอบโรงพยาบาลไทยเพราะเรามี Service mind ที่ดี
  • BDMS ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกับรพ.เด็ก จะเน้นดูแลกันตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลย
  • ปัจจุบันมีบริษัทประกันมาใช้ BDMS เป็นช่องทางขายประกันสุขภาพ เช่น วิริยะ, เมืองไทย และ Allianz Ayudhya
  • Trend Aging society มาเร็วกว่าที่คิด คนเริ่มซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น บริษัทประกันเองก็ให้ความสำคัญกับประกันสุขภาพด้วยเช่นกัน
  • เมื่อก่อนเป็นซื้อประกันอุบัติเหตุแถมประกันสุขภาพ ตอนนี้กลายเป็นซื้อประกันสุขภาพแถมประกันอุบัติเหตุ
    BDMS ตั้งเป้าจะเป็นรพ.ระดับโลกในอีก 2 ปีครึ่ง
  • กลุ่มรพ.ของ BDMS มี รพ.กรุงเทพ, สมิติเวช, BNH, พญาไท, เปาโลและ Royal Bangkok Hospital
  • รพ.ที่ทำรายได้หลักให้กับ BDMS คือ รพ.กรุงเทพเพชรบุรี 19% สมิติเวชสุขุมวิท 13% รพ.กรุงเทพ พัทยา 6% พญาไท 2 5%
  • รายได้หลักของ BDMS มาจาก คนไข้เงินสด 56% ประกัน 29% สัญญากับบริษัทต่างๆ 8%
  • ปันผลปี 2017 ทั้งปีได้ 0.36/หุ้น ปี 2018 น่าจะเพิ่มได้ซัก 10-20% เป็นอย่างตํ่า (คหสต.)
  • หมอประเสริฐ ประสาททองโอสถถือหุ้น BDMS อยู่ 18.68% รวมเป็นเงินมากกว่า 74,000 ล้าน !!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *