ลงทุนไปรอบโลกด้วยกลยุทธ์ Asset Allocation รีวิวกองทุน BCAP-GW

bcap-gw

จะดีไหมถ้าเราไม่ต้องลงทุนแค่หุ้นไทย แต่ลงทุนไปได้รอบโลก
ได้ทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนและเวลาในการใช้ชีวิตไปทำสิ่งที่อยากทำ

Asset Allocation คือหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องเงินและเวลา
พิสูจน์มาทั่วโลกแล้วว่า “ของเค้าดีจริง” และยังเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนรายใหญ่ใช้กันเป็นประจำ แต่กลับเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนรายย่อยมักจะมองข้าม?

จากประสบการณ์การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และการเผชิญกับตลาดหุ้นทั้งขาขึ้นและขาลงมาครบ (เจ็บมาเยอะจนจำ)

การลงทุนเปรียบเสมือนการเดินทางรอบโลกที่มีหลากหลายสไตล์ ไม่ใช่ทุกคนที่ควรจะลงทุนแบบเดียวกัน

วันนี้ผมจะมารีวิวกองทุนใหม่ BCAP-GW ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องการทำ Asset Allocation และการลงทุนในสไตล์ที่เหมาะสมกับแต่ละคน

มีความน่าสนใจอย่างไร? เปิดขายวันไหน? ผมสรุปรวมข้อมูลให้แล้วครับ

เวลาลงทุนนักลงทุนหลายท่านมักจะบอกว่าชอบลงทุนในบริษัทที่เรียกได้ว่า “ใกล้ตัว” ด้วยความเคยชิน ถามคนรอบๆตัวก็รู้จักหมด หาข้อมูลง่าย สุดท้ายทำให้รู้สึกดีและมั่นใจตอนที่ลงทุน  อย่างไรก็ตามหลายๆครั้งความรู้สึกดีและมั่นใจนั้นมักจะถูกทดแทนด้วยความผิดหวังในช่วงเวลาอันสั้นเมื่อผลการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

เรื่องแปลกแต่จริงอีกเรื่องคือคนที่ลงทุนมักจะเห็นว่าการลงทุนต่างประเทศเป็นเรื่องยากและไกลตัว ทั้งๆที่หลายๆครั้งสินค้าหรือบริการของบริษัทต่างประเทศเหล่านั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากไม้แพ้สินค้าของบริษัทในไทย …. แต่ก็มองข้ามกันเพราะ “เขา” ว่ามันยาก (แต่พอถามว่าเขานี่ใคร? ก็มักจะตอบกันไม่ได้นะ)

ผมเชื่อว่าหลายๆคนใช้ผลิตภัณท์บำรุงผิวของ L’Oreal มากกว่าใช้ครีมของ Beauty Buffet แต่เรากลับซื้อหุ้น BEAUTY, ซื้อเสื้อ Uniqlo บ่อยกว่า BodyGlove แต่ก็ซื้อหุ้น BGT,  รู้จัก Domino Pizza ดีพอๆ Pizza Company แต่ไม่เคยมองหุ้น DPZ มองแต่หุ้น MINT

การเข้าถึงตลาดหุ้นที่กว้างขวางลงทุนได้ทั่วโลก ดีไม่ดียังไง ภาพด้านล่างสามารถอธิบายความในใจของผมได้ครับ

bcap-gw

รูปที่ 1 : การเปรียบเทียบผลตอบแทนของหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ
ที่มา : Google

อย่างไรก็ตามแม้หุ้นเหล่านี้จะเทียบกันแบบเป๊ะๆไม่ได้เพราะทำธุรกิจคนละแบบกัน Business model ก็ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบเป็นหุ้นซึ่งนักลงทุนก็ต้องการแค่ “ผลตอบแทน” การเทียบกันแบบนี้ถือว่าเทียบกันได้ เพราะหุ้นก็คือหุ้น หุ้นที่สร้างกำไรได้คือหุ้นที่ดี หุ้นที่ทำให้ขาดทุนคือหุ้นที่แย่ จะลงทุนที่ไหนไม่น่ากังวลใจเท่าคุณลงทุนแล้วกำไรหรือเปล่า?

แล้วการลงทุนที่ทำกำไรหน้าตาเป็นอย่างไร?

ใครลงทุนก็อยากได้กำไร ในสภาวะตลาดขาขึ้นเจอหน้าใครก็มักจะเจอคำถามว่า “ซื้อหุ้นตัวไหนดี” แต่ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีความผันผวน หุ้นและกองทุนหลายตัวเข้าสู่การปรับฐานอย่างรุนแรง คุยเรื่องลงทุนกับใครก็เจอเบือนหน้าหนี สาเหตุเพราะอะไรหลายๆคนคงทราบดีไม่ต้องขยายความ

แต่ทราบไหมครับว่าการลงทุนให้ได้กำไรและผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องนั้นการเลือกสินทรัพย์ในการลงทุนหรือปัจจัยเรื่องช่วงเวลาในการลงทุนเป็นปัจจัยที่มีส่วนกับผลตอบแทนระยะยาวน้อยมาก การที่จะถามว่า “ซื้อหุ้นตัวไหน” หรือ “กองทุนอะไร” เป็นคำถามที่ไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้มากเท่าการถามว่า “ควรทำ Asset Allocation หรือจัดสรรสินทรัพย์อย่างไรดี?”

เพราะผลตอบแทนมากกว่า 90% เป็นผลมาจากการทำ Asset Allocation

จากการศึกษาของ Brinson, Hood and Beebower กับการลงทุนของกองทุนบำเหน็จ/บำนาญของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ในช่วงปี 1986 – 1999 ด้วยการเปลี่ยนการเลือกสินทรัพย์เองไปเป็นการทำ Asset Allocation ด้วยกองทุนดัชนี ผลปรากฎว่าการลงทุนที่มีการทำ Asset Allocation อย่างมีประสิทธิภาพให้ผลตอบแทนมากกว่าการเลือกสินทรัพย์ลงทุนเองซะอีก !

ถ้าผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวได้อยู่ที่ปีละ 10% เชื่อหรือไม่ว่า 9% ของผลตอบแทนนั้นคือผลของการทำ Asset Allocation  มีเพียง 1% ที่เป็นผลมาจากการเลือกสินทรัพย์และจังหวะเข้าลงทุน

bcap-gw

รูปที่ 2 : ตัวอย่างการทำ Asset Allocation
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Asset_allocation /
Managing Investment Portfolio : A Dynamic Process

ประโยชน์ของการทำ Asset Allocation ที่มากกว่าแค่ผลตอบแทน

  • ความเสี่ยงในการลงทุนลดลงจาก Diversification –  การทำ Asset Allocation จะทำให้ความเสี่ยงและความผันผวนของการลงทุนลดลงอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาการลงทุน ถ้าเลือกได้ทุกคนก็อยากจะถึงเป้าหมายการลงทุนได้แบบไม่เสี่ยงหรือเสี่ยงน้อยๆกันทั้งนั้นแหละ
  • เงินก็ได้ ความสุขก็มี – เคยได้ยินไหมครับ ลงทุนได้ผลตอบแทนมาก แต่ความผันผวนมาก ได้กำไรก็กังวลกลัวว่าจะลง ขาดทุนก็เครียดเพราะไม่รู้จะกลับไปมีกำไรเมื่อไหร่ ลงทุนได้แต่นอนไม่หลับเลย การจัด Asset Allocation นอกจากจะช่วยให้ได้ผลตอบแทนที่ตามเป้าหมาย ได้ความสุขเป็นของแถมระหว่างเส้นทางการลงทุนด้วย การลงทุนที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ ถึงจะได้กำไรแต่ก็คงเรียกว่าเป็นการลงทุนที่ดีได้ไม่เต็มปากจริงไหมครับ?
  • เวลาที่มากขึ้น – จากประสบการณ์ของผมเอง บอกได้เลยว่าการลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนสูงๆทุกรูปแบบต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูล ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนก็ตาม การทำ Asset Allocation จะทำให้คุณมีเวลาให้กับชีวิตของตัวคุณเองมากขึ้น

“เป้าหมายการลงทุนไม่ใช่เป้าหมายทั้งหมดของชีวิต เพราะชีวิตยังมีอีกหลายอย่างที่รอให้เราไปค้นหา”

แต่การจะลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้ทั้งความรู้, ประสบการณ์และเวลา แม้คุณจะมีความรู้ มีประสบการณ์แต่บางทีก็อยากเอาเวลาไปใช้ชีวิต โชคดีที่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก สถาบันการเงินแต่ละแห่งก็ออกบริการใหม่ๆมาตลอดจนแทบจะทลายทุกข้อจำกัดการลงทุนออกไป

bcap-gw

รูปที่ 3 : ตารางตัวอย่างผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลกในแต่ละปีและกลยุทธ์ Asset Allocation
ที่มา : Novelinvestor

การทำ Asset Allocation ที่เหมาะสมจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแต่ความผันผวนลดลง

จากรูปที่ 3 จะเห็นว่าสินทรัพย์แต่ละประเภทในแต่ละส่วนของโลกให้ผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน บางปีบางสินทรัพย์ตกหนักก็จะมีบางสินทรัพย์ที่ขึ้นมาทดแทน หากเราสามารถทำ Asset Allocation ให้มีสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์อย่างเหมาะสม (งานยากมันอยู่ตรงนี้แหละ) แม้จะเกิดความผันผวนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวการทำ Asset Allocation จะสามารถให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้มากถึง 12 ใน 15 ปี และจะเห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆในรูปที่ 4 จะพบว่า Asset Allocation ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและโอกาสขาดทุนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง การทำ Asset Allocation ให้ผลตอบแทนที่ต่อเนื่องกว่า โอกาสการขาดทุนที่น้อยกว่า เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ Asset Allocation สามารถลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

bcap-gw

รูปที่ 4 : เปรียบเทียบข้อได้เปรียบจากการทำ Asset Allocation

แต่ถ้าไม่ได้ทำ Asset Allocation แล้วดันไปถือหุ้น Emerging Market อย่างเดียว (ไทยก็เป็นหนึ่งใน Emerging Market นะ) จะพบว่าเหวี่ยงแรงมากๆ เวลาติดลบก็มากถึง 53% ใครไม่มีประสบการณ์การลงทุน ไม่เคยเจอตลาดขาลงมาก่อนอาจหัวใจวายเอาได้ง่ายๆ แถมยังเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในปีนั้นไปเลย

ดังนั้นถ้าเป็นนักลงทุนที่ไม่มีเวลาในการหาข้อมูล หรือติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด การซื้อกองทุนเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะมีทีมงานที่มีประสบการณ์ดูแลให้ แถมทำให้ตัวเราเองไว้ต้องเสียเวลาไปดูแลพอร์ตการลงทุนมาก อย่าไปเชื่อที่ใครหลายๆคนบอกว่าการลงทุนมันง่ายเลยครับ ไม่จริง ! ผมคนนึงล่ะที่การันตี ลงทุนมา 10 ปียังไม่เคยรู้สึกว่าง่าย การลงทุนคือสิ่งที่ผมคิดว่ามันทำให้ประสบความสำเร็จได้ สำเร็จแล้วคุ้มค่า แต่ไม่ได้บอกว่าง่ายนะครับ !

วันนี้ผมจะขอยกตัวอย่างกองทุน BCAP-GW ให้ดูว่ามืออาชีพเขาใช้ Asset Allocation มาลงทุนรอบโลกกันอย่างไร?

BCAP-GW มีชื่อเต็มๆว่ากองทุนเปิด บีแคป โกลบอล เวลท์ มีกลยุทธ์เน้นทำ Asset Allocation กระจายการลงทุนไปทั่วโลก และลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การทำผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงขึ้น แต่มีความเสี่ยงที่ลดลง

และหลายๆครั้งกองทุนหนึ่งกองไม่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนได้ทุกประเภท เพราะแต่ละคนมีความคาดหวังผลตอบแทนและสามารถรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างนักลงทุน 2 คน คนแรกเป็นนักศึกษาจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงานอาจจะสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าคนที่เกษียณอายุแล้ว, บางคนเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ ไม่แต่งงาน ไม่มีครอบครัว สามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าคนที่เป็นผู้บริหารเหมือนกันแต่มีครอบครัวแล้ว แถมด้วยลูกอีก 3 คนเป็นต้น

ดังนั้นกองทุน BCAP-GW ที่มีกลยุทธ์หลักเป็น Asset Allocation และมีกองทุนให้เลือกลงทุนหลายแบบตามความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคนถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนักลงทุนสามารถปรับระดับผลตอบแทน ความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเองและครอบครัวได้ กองทุน BCAP-GW รวมความสวยงามของการทำ Asset Allocation เข้ากับความยืดหยุ่นของการทำ Personalization ของกองทุนแต่ละแบบ

“เพราะต่างคนต่างมีเป้าหมายชีวิตที่ไม่เหมือนกัน การลงทุนจึงแตกต่างกัน”

bcap-gw

รูปที่ 5 : รูปแบบและสัดส่วนการลงทุนของ BCAP-GW ทั้ง 5 แบบ
ที่มา : BCAP Pitch Book

ถ้าจะให้เปรียบ การลงทุนในกองทุน BCAP-GW แต่ละแบบก็คงเหมือนการเดินทางรอบโลกที่มีระดับความตื่นเต้น เร้าใจและความสวยงามที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าสถานที่ไหนจะตรงใจกับใครมากกว่า

กองทุน BCAP-GW 5 แบบ ตอบโจทย์วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป

  • เลือก BCAP-GW10 ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงเลยยย กลัวการขาดทุนมากๆ จุดประสงค์หลักของการลงทุนคือการรักษาเงินต้น ลดความเสี่ยง กองทุน BCAP-GW10 คือกองทุนที่เหมาะกับคุณเพราะกองทุนนี้ควบคุมการลงทุนในตราสารทุนและตราสารทางเลือกให้ไม่เกิน 10% และลงทุนในตราสารหนี้เน้นๆ 90% ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆแล้วถือว่า BCAP-GW10 มีแนวโน้มจัดการกับความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เลือก BCAP-GW25 ถ้าคุณคือคนที่ไม่ยอมแพ้เงินเฟ้อ แต่ก็ต้องการความปลอดภัยในการลงทุน และต้องการผลตอบแทนที่เน้นความต่อเนื่องของผลตอบแทน เอาชนะเงินเฟ้อ กองทุน BCAP-GW25 คือกองทุนที่ใช่สำหรับคุณ เพราะกองทุนนี้ลงทุนในตราสารหนี้ถึง 75% และไปเน้นลงทุนตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือกอีก 25% เพื่อมั่นใจได้ว่าคุณจะมีโอกาสไม่แพ้เงินเฟ้อ
  • เลือก BCAP-GW50 ถ้าคุณรู้ว่าการไม่รับความเสี่ยงเลยคือการเสียโอกาสและให้ความสำคัญกับการคว้าโอกาสที่เข้ามามากพอๆกับการควบคุมความเสี่ยงให้กับเงินต้น กองทุนที่มีการลงทุนในตราสารทุนหรือสินทรัพย์ทางเลือก 50% และตราสารหนี้อีก 50% เป็นกองทุนที่มีส่วนผสมของการสร้างผลตอบแทนและควบคุมความเสี่ยงอย่างสมดุลแบบกองทุน BCAP-GW50 คือกองทุนที่ใช่สำหรับคุณ
  • เลือก BCAP-GW75 ถ้าคุณคือคนที่มุ่งเน้นกับการสร้างผลตอบแทน และมีความสามารถรับความเสี่ยงได้ กองทุนที่ให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงๆ อย่างกองทุน BCAP-GW75 ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารทุนหรือสินทรัพย์ทางเลือกไม่เกิน 75% ในมุมมองของผมถือว่าเป็นกองที่ซิ่งพอสมควรเลยทีเดียว
  • เลือก BCAP-GW90 ถ้าคุณคือนักลงทุนแบบผม กล้าที่จะเสี่ยงเพื่อทำผลตอบแทนให้ได้มากที่สุด และเข้าใจถึงความผันผวนจากการลงทุนเป็นอย่างดี  มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวในการลงทุนมาก กองทุน BCAP-GW90 ที่มีสัดส่วนการลงทุนเน้นหนักตราสารทุนหรือสินทรัพย์ทางเลือกถึง 90% และลงทุนตราสารหนี้อีก 10% คือกองทุนที่คุณสมควรลงทุน

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่แน่ใจว่าการลงทุนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณเหมาะกับการลงทุนแบบไหนทาง BCAP ก็มีแบบประเมินความเสี่ยงในการลงทุนให้คุณทดลองทำได้เพื่อที่จะได้กองทุนแบบที่เหมาะสมกับเป้าหมาย ความเสี่ยงและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด

bcap-gw

รูปที่ 6 : ประมาณการผลตอบแทนและความเสี่ยง
ที่มา : BCAP Pitch Book
1. ตัวเลขประมาณการข้างต้นคำนวณจากข้อมูลของดัชนีชี้วัดย้อนหลัง 10 ปี มิใช่ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุน
2. ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลเปรียบเทียบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

นอกจากการมีกองทุนที่ปรับสัดส่วนตามความเสี่ยงได้ 5 รูปแบบแล้ว กองทุน BCAP-GW ยังมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง?

  • BCAP-GW ลงทุนทั่วโลกลงทุนในหุ้นได้เกือบ 50 ประเทศ มากกว่า 2,000 บริษัท, พันธบัตรรัฐบาลกว่า 80 ประเทศ หุ้นกู้เอกชนได้มากกว่า 1,000 บริษัท และยังมีกอง REITs อีกกว่า 300 กอง ถือว่ากองทุนมีตัวเลือกในการลงทุนมากเพียงพอกับการทำ Asset Allocation อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วัดผลการดำเนินงานของแต่ละกองทุนด้วยดัชนีชี้วัดที่แตกต่างกันตามสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการของแต่ละกองที่มากน้อยแตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยง
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายในช่วง IPO
  • ขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งต่อไป 500 บาท
bcap-gw

รูปที่ 7 : เปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างการลงทุนหุ้นไทยและการฝากประจำ
ที่มา : BCAP Pitch Book

สุดท้ายก่อนจากกันไปผมอยากจะบอกคำที่ผมพูดมาเสมอๆว่า (แทบจะทุกบทความที่เขียนล่ะ)

“ไม่มีเศรษฐีคนไหนรวยจากการฝากออมทรัพย์ ทุกคนล้วนมีการลงทุน”

ดูจากรูปที่ 7 ต่อให้ลงทุนแค่ใน SET โดยไม่มีการเลือกหุ้นอะไรเลยยังได้ผลตอบแทนมากกว่า 176% ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผลตอบแทนจากการฝากประจำได้แค่ 21%

ระหว่างคนที่มีการลงทุนกับไม่มีการลงทุนเวลาผ่านไปผลตอบแทนต่างกันมหาศาล แต่จะลงทุนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนักลงทุนก็ต้องรู้จักประเมินตัวเองให้เป็น รู้จักหาเครื่องมือทุ่นแรง หาผู้ช่วย

การลงทุนมีเป้าหมาย การเดินทางไปรอบโลกก็มีเป้าหมาย แต่ละคนจะถึงเป้าหมายด้วยรถ, เรือ, เครื่องบินหรือจะเดินเท้าไป ไม่มีข้อใดถูกผิดถ้าสุดท้ายสิ่งที่คุณทำอยู่สามารถทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ แต่ถ้าคิดยังไงสิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่สามารถทำให้คุณไปถึงเป้าหมาย คุณอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีคิด หาวิธีทำใหม่ๆ

“เพราะการลงทุนแบบเดิมๆ แต่คาดหวังให้ได้ผลลัพธ์ใหม่ๆมันเป็นไปไม่ได้”

กองทุน BCAP-GW ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจ และมีความเข้าใจนักลงทุนแบ่งพอร์ตเป็นความเสี่ยงให้ 5 ระดับ เลือกได้และเหมาะกับทุกคน ลงทุนได้ทั่วโลก มีผู้เชี่ยวชาญทำ Asset Allocation ให้ยิ่งลงทุนไว้นานผลตอบแทนที่ได้ยิ่งต่อเนื่อง ความผันผวนที่ต้องเผชิญลดลง

จากความเชื่อที่คนทั่วๆไปชอบคิดว่าลงทุนยิ่งนานยิ่งเสี่ยง ถ้าคุณทำการลงทุนอย่างถูกต้องยิ่งนานยิ่งเสี่ยงน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเวลาจะเป็นเพื่อนในการลงทุนของคุณ ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนไปพร้อมๆกับชีวิตที่มีความสุข มีทั้งเงินและเวลา

ถ้าคุณเชื่อว่าคุณเองก็ลงทุนทั่วโลกได้และประสบความสำเร็จได้กองทุน BCAP-GW คืออีกตัวเลือกหนึ่งที่ควรค่าแก่การศึกษา โอกาสจะเป็นของผู้ที่มองเห็นและพร้อมจะคว้าโอกาสนี้ไว้เท่านั้น ถ้าสนใจกองทุน BCAP-GW ทั้ง 5 กอง จะเสนอขายครั้งแรกวันที่ 16-24 พค. 2562 นี้แล้ว

ขอรับหนังสือชี้ชวนจากผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนได้ที่ ธ.กรุงเทพ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcap.co.th/page/381/BCAPGlobalWealth/?lg=th

เปิดเสนอขายครั้งแรก 16-24 พ.ค. 62
สนใจลงทุน สามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.บางกอกแคปปิตอล โทร.0-2618-1599″

*เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนที่ดีต้องไม่ลืมทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ