ทำไมหุ้น AU ถึงตกหนัก?

ทำไมหุ้น AU ถึงตกหนัก?

AU ทำไมถึงหุ้นถึงตกหนัก

วันก่อนผมพูดถึงการตกของหุ้น AU ไปว่าเป็นหุ้นที่ตกหนักพอสมควร เงิน 1 ล้านที่ลงทุนใน AU ณ.ราคายอดดอยที่ 13.50 จะขาดทุน  470,000 หรือ 47% ที่ราคาที่ลงไปตํ่าสุดที่ 7.10 บาท

แม้ AU จะมีธุรกิจที่แข็งแกร่งและเป็นที่นิยมของลูกค้า แต่แล้วสาเหตุอะไรล่ะที่ทำให้หุ้นตกในเมื่อธุรกิจก็ดีมาก? ผมก็เลยไปลองหาข้อมูลคร่าวๆมาเล่าให้เพื่อนๆฟังครับ อนึ่งข้อมูลชุดนี้เป็นความเห็นของผมซึ่งดึงข้อมูลบางส่วนมาวิเคราะห์ไม่กี่มุมดังนั้นมันอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ ขอให้เพื่อนๆใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยจ้าาาา

ของมันดีใครๆก็อยากได้ AU ถูกนักลงทุนไล่ราคากันจนขึ้นไปสูงมากจากราคา IPO แค่ 4.50 บาท

ส่งผลให้ค่า P/E สูงตาม P/E คือการเอาราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น อธิบายแบบง่ายๆคือเหมือนจำนวน

ปีคืนทุนนั่นเอง (ราคาซื้อ/กำไร) ถ้าซื้อ AU ในปี 59 คุณต้องใช้เวลา 93 ปีถึงจะได้เงินคืน

โดยสมมุติว่าไม่โตนะถ้าโต 100% P/E จะเหลือแถวๆ 46 เท่าคือซื้อวันนี้ 46 ปี คืนทุน

สรุปคือถ้าโต 100% ซัก 2 ปีก็อาจจะไม่แพงคืนทุนใน 23 ปีพอรับได้ แล้ว AU โตได้แบบนั้นไหม?

โตได้ครับช่วงต้นปี 2559 กำไรของ AU โตเกิน 150% อยู่ประมาณ 2 ไตรมาส

หลังจากนั้นอัตราการเติบโตของกำไรก็ลดลงเหลือ 33% ใน 3Q59, 16% ใน 4Q59

และล่าสุด -16% ใน 1Q60 เอาแล้วไงนอกจากไม่โตแล้วแถมยังติดลบอีก

คนที่ซื้อไปก่อนหน้านี้ที่คิดว่าจะโต 100% ได้ซัก 2 ปีแต่นี่ดันติดลบ

ผิดแผนคนก็เริ่มไม่ทน ขายหุ้นออกมาหุ้นก็ตกสิคร้บ !!!!!

มาดูสาเหตุกันบ้างว่าทำไมกำไรถึงติดลบ ดูๆไปคนก็ยังต่อคิวกันเยอะอยู่

สาขาก็ขยายมากขึ้น ขนมก็ยังขายดีไม่ได้ลดราคาอะไร แพงเหมือนเดิมไม่พอ

ออกเมนูแพงกว่าเดิมมาขายอีก แล้วไปกินมั้ย???? กินนนนนนนน 555

อัตรากำไรขั้นต้นของ AU เพิ่มขึ้นบ่งบอกว่า ถึงขายแพงก็ยังมีคนซื้อนาาาาาา

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ไง คืองี้ AU เค้าไปเปิดเพิ่มรอบนอกกรุงเทพอ่ะ พวกเมืองทองฯ เซ็นปิ่นไรงี้ ก็สู้ยอดขายพวกสยามวัน, พาราก้อนไรเงี้ยไม่ได้อยู่แล้ว พวกสาขารอบนอกคนมันก็น้อยกว่าไง ยอดขายมันก็เลยน้อยกว่าดึงยอดขายรวมต่อสาขาลง แต่ค่าพนักงาน ค่าตกแต่งร้าน มันก็ไม่ต่างไรกันมาก ไหนจะบริหารยากขึ้นอีกเพราะสาขามันกระจายตัวมากขึ้น

นอกจากยอดขายต่อสาขาลดลงแล้ว ไหนจะพนักงานสาขาที่ต้องจ้างมาเทรนก่อน พนักงานฝ่ายผลิตที่ครัวกลาง พนักงานที่สำนักงานใหญ่ที่จ้างเพิ่มมาเพราะคิดว่าเดี๋ยวต้องเตรียมขยายอีกหลายสิบสาขาไรงี้ ขายไม่ดีลดเงินเดือนได้ไหม? บ้าเหรอออออ แล้วยังมีค่าเช่าสาขา ค่าตกแต่งร้าน ค่าเสื่อมและอีกสารพัด ค่าใช้จ่ายขายและบริหารมันเลยพุ่งกระฉูด

ยังไม่พอปลายปีที่แล้วยังมีช่วงที่คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้าใครมันจะไปมีอารมณ์กินขนมหวานล่ะ การเติบโตของยอดขายมันก็เลยตกไง มาถึงตอนนี้เศรษฐกิจก็ดูไม่ค่อยจะดี ที่ไปเปิดสาขาแถวๆรอบนอกไว้ก็ยิ่งหนักเลย การเติบโตของยอดขายลดจาก 60% มาเหลือแค่ 10% นิดๆ

 

สรุปคือค่าใช้จ่ายมันโตเร็วกว่ายอดขายและกำไรมาก หรือจะเรียกว่าบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายเพียวๆไม่มีกำไรเลยก็ว่าได้ เพราะร้าน AU กว่าจะเริ่มมีกำไรก็ประมาณปีนึง เปิดแรกๆคนยังมาน้อย ยิ่งเปิดสาขาใหม่มากขึ้นก็ต้องรับขาดทุนไปก่อนมากขึ้นไปด้วย

แล้วตอนนี้น่าซื้อไหม? ตอนนี้ราคาหุ้นก็ขึ้นมา 8 บาทแล้ว ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า

  • ยอดขายจะกลับมาเติบโตไหม? กำไรจะยังได้เท่าเดิมหรือไม่?
  • AU จะสามารถทำกำไรและเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่?
  • ความนิยมใน After You จะยังนิยมอยู่หรือไม่?
  • ปัญหาค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ากำไรเป็นเรื่องระยะสั้นหรือระยะยาว?
  • และสุดท้ายคือสำหรับระยะยาวแล้วราคาหุ้นราคานี้ยังแพงเกินไปหรือไม่?

ปล.ไตรมาสนี้ AU มา Oppday ด้วยนะครับใครไม่มั่นใจก็ไปฟังแล้วค่อยตัดสินใจก็น่าจะยังไม่สายไปครับ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ 🙂

ติดตามเรื่องราวธุรกิจดีๆ ที่เราอยากเล่าให้คุณฟัง! ที่นี่เลย fb.com/buffettcode

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *