สาวกกรี๊ดสนั่น ! Forbes ประกาศ Apple สุดยอดแบรนด์

forbes apple

สาวกกรี๊ดสนั่น ! Forbes ประกาศ Apple สุดยอดแบรนด์

Forbes 100 brand

Apple ยังคงตำแหน่งแบรนด์อันทรงพลังอันดับหนึ่งของโลกในปี 2016 ได้แต่ที่น่าสนใจกว่าอันดับคือมูลค่าแบรนด์ของ Apple ที่  154,000 ล้านเหรียญทิ้งห่างอันดับ 2 Google ที่มีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 83,000 ล้านเหรียญหรือเกือบเท่าตัว ! นอกจากนั้นนี่ยังเป็นสมัยที่ 6 แล้วที่ Apple เป็นแชมป์ที่มีแบรนด์อันทรงพลัง

tim cook apple

แบรนด์จะมีคุณค่าได้จากการที่เป็นหนึ่งในใจของผู้คน สินค้าที่มีแบรนด์อันทรงพลังจะเรียกค่าตัวได้ตามที่ต้องการแล้วลูกค้ายังยิ่งกว่ายินดีที่จะจ่าย ต่างกับสินค้าที่มีแค่ยี่ห้อแต่ปราศจากแบรนด์ การตกลงกว่า 30% ไปตํ่าสุดที่ประมาณ 90.5 เหรียญของหุ้น Apple เมื่อกลางปีที่แล้วได้สร้างโอกาสทองให้กับมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ วอร์เรน บัฟเฟตต์ในการเข้าเป็นเจ้าของกิจการที่มีแบรนด์ชั้นยอดนี้ ถ้าเราดูจากราคาหุ้น Apple ที่กลับขึ้นมาอยู่ที่ 143 เหรียญเกินราคาสูงสุดเดิมที่ 132 เหรียญตอนนี้คงไม่ต้องอธิบายแล้วว่าบัฟเฟตต์ตัดสินใจถูกหรือผิด

Google Logo

สำหรับ Google แบรนด์ทรงพลังอันดับ 2 ของปี 2016 แม้จะยังห่างอาจารย์ใหญ่อย่าง Apple อยู่หลายขุมแต่ก็สามารถแซงอาจารย์ปู่อย่าง Microsoft ได้สำเร็จ หลังจากคำว่า Google it ! ไม่ได้แปลว่าบริษัท Google แต่แปลเป็นกิริยาได้ว่าเป็นการ Search หาข้อมูล ต่อไปคงต้องบันทึกลงในพจนานุกรมร่วมกับคำกิริยารุ่นพี่อย่าง ซันไลต์, ซีรอกซ์, สต๊อตไบรต์และ กล้องโพลารอยด์ Microsoft ตกจากอันดับ 2 ลงไปเป็นอันดับ 3 ตามด้วย Coca-Cola ที่อันดับ 4 และขวัญใจชาว Geek น้องใหม่ไฟแรงเฟร่ออย่าง Facebook ที่อันดับ 5 แล้วยังเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของ Facebook คือเป็นแบรนด์ทรงพลังติดอันดับ 1 ใน 10 ได้โดยใช้งบโฆษณาได้ตะมุตะมิมาก แค่ประมาณ 280 ล้านเหรียญในขณะที่เพื่อนๆใช้กันไม่ตํ่ากว่า 500 ล้านเหรียญ โดยมี Google และ Toyota ครองแชมป์มือหนักซัดไปเกิน 3,000 ล้านเหรียญ ต้องขอบคุณ Business model ของ Facebook ที่ทำให้ชาวโลกต้องเปิด App เผือกเรื่องชาวบ้านเป็นเวลาอย่างตํ่า 50 นาทีทุกวันพร้อมสะกดจิตไปด้วยในตัว เสี่ย Zuck โวมูลค่าแบรนด์นี่ยังไม่รวม Instagram เลยนะแกรรรรรรร

Mark Zuckerberg

อ่าวแล้ว Alibaba แบรนด์ดังจากจีนไปไหน? Forbes ชี้ชัดว่า เพื่อไม่ให้เป็นการลำเอียงจนเกินไปแบรนด์ที่ Forbes จะจัดอันดับต้องมีรายได้มาจากนอก US หรือประเทศก่อตั้งด้วยเดี๋ยวจะโดนหาว่าอวยอเมริกา พูดง่ายๆคือห้ามดังอยู่ประเทศเดียวอ่ะต้องดังไปทั่วโลกจริงๆ Global จริงๆนะแจ๊ะ ด้วยเหตุฉะนี้ทำให้ Alibaba ของเสี่ย Jack ถึงต้องปิ๋ว อย่างไรก็ตามในทั้ง 100 อันดับมีแบรนด์จากขาใหญ่อเมริกา ประมาณ 52 แบรนด์ตามมาด้วยเยอรมัน 11 แบรนด์ ญี่ปุ่น 8 แบรนด์และฝรั่งเศส 6 แบรนด์ ในขณะที่แบรนด์ดังฝั่งเทคโนโลยีมีทั้งสิ้น 17 แบรนด์ รองลงมาคือกลุ่มการเงิน 13 แบรนด์นำโดยรูดปรื้ดอย่าง American Express ที่อันดับที่ 24 ตามด้วยหมวดยานยนต์,สินค้าอุปโภคบริโภค,สินค้าหรูและค้าปลีก

ผมแอบแปลกใจเล็กๆนะความคิดของผมคือแบรนด์ที่ทรงพลังส่วนใหญ่น่าจะเป็นอุปโภคบริโภคพวกของใช้ของกินที่ใช้ที่กินทุกวันไรงี้ แต่พอหันกลับไปดู อ่าวถึงแม้จะอยู่ในหมวด Technology แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นของที่เราใช้ทุกวันนะอย่าง Iphone ของ Apple, Search ของ Google หรือ App ของ Facebook ใช้บ่อยขนาดนี้จริงๆมันก็เหมือนกับเป็นกึ่งๆ Consumer แล้วล่ะก็ไม่น่าแปลกใจที่ Technology จะติดอันดับแบรนด์ทรงพลังเยอะสุด ส่วนค้าปลีกติดอันดับน้อยมากๆมาลองคิดดูก็สมเหตุสมผลไม่น้อยเพราะเอาจริงๆเถอะทุกวันนี้จะไปซื้อของเราก็ไม่ได้แคร์มะว่ามันห้างอะไร? ขอให้มีสินค้าที่เราจะซื้อ ถูกสุด ส่งได้เร็วสุดพอ นี่ยังไม่นับรวมพวก E-commerce อย่าง Amazon และเว็บ Online หลายๆที่ ( Forbes นับ Amazon เป็น Tech นะ)

สุดท้ายมาดูแบรนด์ที่เพลี่ยงพลํ้าที่สุดซึ่งก็คือ IBM โดยมูลค่าแบรนด์ตกลงถึง 17% และรายได้ตกลง 16 ไตรมาสต่อเนื่องแล้ว แม้จะยังอยู่อันดับที่ 7 ก็ตาม โปรด้านการตลาดของ Wharton David Reibstein ได้ comment IBM ไว้อย่างน่าสนใจโดยบอกว่า “คนมีปัญหามองไม่ออกว่า IBM คืออะไรกันแน่” เขาคิดว่าสิ่งที่น่าจะกอบกู้ IBM ได้คือระบบ Artificial Intelligence “Watson” เท่านั้น

หากเราดูจากการจัดอันดับแบนด์แล้วจะเห็นเราจะสามารถบอกได้คร่าวๆแล้วว่าอุตสาหกรรมไหนคืออุตสาหกรรมที่จะรุ่งและอันไหนร่วง และหากลองมองลึกลงไปอีกก็จะพบว่าจริงๆแล้วแบรนด์อันทรงพลังนั้นไม่ได้มาจากการใช้งบโฆษณามหาศาลซะเพียงอย่างเดียว อย่างใน 100 อันดับนี้มี Pampers กับ L’oreal ที่ใช้งบเกิน 8 พันล้านแต่ไม่ติดอันดับ 1 ใน 30 ด้วยซํ้าก็อาจจะด้วยเหตุผลต่างๆนาๆอาจจะเจอการแข่งขันจากคู่แข่งสูง หรืออาจจะประสบปัญหาอะไรบางอย่าง แต่ก็อีกนั่นแหละถึงแม้จะมีแบรนด์อันทรงพลังในวันนี้แต่ในฐานะของนักลงทุนเราก็ต้องมองไปถึงความยั่งยืนของแบรนด์นั้นๆด้วย เพราะสำหรับการลงทุนแล้วแบรนด์ที่ยั่งยืนเท่านั้นที่จะทำให้เวลาเป็นเพื่อนแท้ของนักลงทุน

Source : https://www.forbes.com/powerful-brands/

ติดตามเรื่องราวกลยุทธธุรกิจ, Branding ดีๆและการลงทุนได้ที่ FB Page: fb.com/buffettcode

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *