สงครามบิงซู After You VS Swensens

สงครามบิงซู After You VS Swensens

สงครามบิงซู After You VS Swensens

โดยเพจ Buffettcode

 

และแล้ว Swensens ก็ออกของหวานตัวใหม่มาให้เราชิมกันนั่นก็คือ “บิงซู” !!!

เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Swensens ที่มีสาขาถึง 330 สาขา ลงมาจัดเต็มแล้ว After You ที่มีสาขาเพียง 27 สาขาจะทำอย่างไร????

 

ที่ผ่านมาถ้าจะกินบิงซูผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึง After You เป็นร้านแรก เพราะเป็นคนปลุกปั้นให้บิงซูดัง บิงซูเริ่มเติบโตจากกลุ่มลูกค้าเล็กๆจนปัจจุบันคนรู้จักเริ่มเพิ่มมากขึ้น ตลาดโตอย่างรวดเร็ว

 

บิงซูเป็นสินค้าที่มีต้นทุนตํ่า และกำไรสูง (ก็นํ้าแข็งใสใส่นํ้าเชื่อมเพิ่มเครื่องอีกนิดหน่อยอ่ะจะมีต้นทุนอะไรมากมาย) เราจึงเห็นร้านบิงซูเปิดเต็มสยามไปหมด ปัจจุบันเริ่มเห็นตามห้างรอบนอกของเมืองและต่างจังหวัดก็มีแล้ว เมื่อตลาดเริ่มใหญ่ขึ้น กำไรก็ดี จึงไม่แปลกที่ยักษ์ใหญ่จะลงมาลุยด้วย

 

เทียบกันหมัดต่อหมัด ระหว่าง Swensens และ After You โดยมาเริ่มกันที่จำนวนสาขาก่อน….

จำนวนสาขา Swensens มีประมาณ 330 สาขา

After You มีประมาณ 27 สาขา

 

จุดนี้ After You เสียเปรียบมากเพราะ Swensens มีสาขามากกว่าเกิน 10 เท่าตัว ช่องทางการจัดจำหน่ายและศักยภาพถือว่าสูงมากอย่างที่ After You ไม่สามารถเทียบติดได้ในเวลาอันสั้น

 

ยอดขายล่ะ?

ปี 2559 Swensens มียอดขาย 3,896 ลบ.

After You มียอดขาย 608 ลบ.

แม้ Swensens จะมียอดขายมากกว่า แต่ After You เติบโตอย่างรวดเร็วประมาณ​ 20-30% ต่อปี ถ้า Swensens ไม่ทำอะไรผมเชื่อว่าใน 4-5 ปี After You จะมียอดขายไม่แพ้ Swensens แต่สถานการณ์ในปัจจุบันก็เหมือน Swensens เองคงไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นง่ายๆ

 

กลยุทธเป็นอย่างไร?

พูดถึง Swensens ก็ต้องบอกว่าเป็นร้านไอศครีมที่ทำสินค้าได้ถูกปากคนไทยมากๆ ออกมาแต่ละอย่างดูบ้านๆแต่ขายดี๊ดี เช่นไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงที่ออกมาให้กินเป็นฤดูๆทุกๆปี แต่ข้อเสียของ Swensens คือสินค้าที่ออกมาแม้จะอร่อยแต่มันไม่ค่อย “Wow” เท่าไหร่นักซึ่งต่างกับ After You ที่ออกสินค้ามาทีไรก็มีเสียงฮือฮาตลอด

 

ปัจจุบัน After You เริ่มออกสินค้าที่เป็นไอศกรีมออกมา เพื่อขยายตลาดให้ยอดขายโตต่อเนื่อง (แอดเดาว่าตลาดของหวานใหญ่ที่สุดของไทยน่าจะเป็นไอศครีม) Swensens เองก็คงต้องปกป้องตลาดของตัวเองและบุกกลับไปบ้างเช่นกัน หลังๆเราจึงเริ่มเห็น Swensens มีสินค้าแปลกใหม่ออกมา แม้ยังไม่ Wow แบบ After You แต่ก็ถือว่ามีการพัฒนาที่ชัดเจน

 

และที่น่ากลัวที่สุดคือ Swensens มีศักยภาพที่จะเปิดตัวบิงซูไปทั่วประเทศด้วยเวลาอันรวดเร็วแน่นอน ซึ่งจะทำให้การขยายสาขาไปทั่วประเทศของ After You ยากขึ้นไปอีก (จริงๆมันก็ไม่ง่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)

 

พูดตรงๆว่าตอนไปกินบิงซูของ Swensens ไม่คาดหวังอะไรเลยแต่พอได้ ชิมของ Swensens ก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย เกินความคาดหวังผมไปมาก แม้รสชาติของ Swensens จะยังแพ้ After You อยู่บ้าง (คหสต.) แต่ก็มีเครื่องให้เลือก mix and match ได้เยอะ, นํ้ามาเสริฟให้เลยไม่ต้องเดินไปกดเอง และที่สำคัญคือไม่ต้องรอต่อคิว  ก็ถือว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากรอนาน

 

แบรนด์ Swensens VS After You

ในฝั่งของ Swensens ผมว่าคงไม่ต้องอธิบายมาก มั่นใจว่าคนไทยเกิน 70 ล้านคนต้องรู้จัก ! แต่ After You ละ? แม้จะเปิดมาแล้ว 10 ปีแต่คาดว่ายังเป็นแบรนด์ที่มีคนรู้จักในกลุ่มเล็กเมื่อเทียบกับ Swensens ส่วนความแข็งแกร่งของแบรนด์ After You น่าจะอยู่ที่นวัตกรรมจากการออกสินค้าและเมนูใหม่ๆมากกว่า ถ้ามองในมุมนี้แบรนด์ Swensens ดูน่าเบื่อไปเลย เรียกได้ว่าแบรนด์ทั้งสองมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

 

เมื่อพูดถึงแบรนด์แล้วก็ต้องพูดถึงตลาดและกลุ่มลูกค้า?

ถ้าดูกันที่ลูกค้าจะดูเหมือน After You จับตลาดที่สูงกว่า Swensens เพราะบิงซูถ้วยนึงก็ 230 บาทแล้ว Honey Toast ก็ 180-250 บาท ต่างกับ Swensens ที่ยังมีไอศกรีมถ้วยเล็กๆ 40-50 บาทให้กิน สิ่งที่ผมแปลกใจคือราคาขายบิงซูของ Swensens แพงกว่า After You !!! ขนาดใหญ่อยู่ที่ถ้วยละ 300 บาทส่วนถ้วยเล็กราวๆ 180 บาท แม้ขายแพงกว่าแต่ก็มีคนกิน วันที่ผมไปกิน Swensens คนเต็มซึ่งเป็นภาพที่ไม่เห็นมานานมากแล้ว (ถ้าไม่ใช่พวกสาขาพาราก้อนอ่ะนะ) Swensens กำลังปรับตำแหน่งทางการตลาดของร้านให้สูงขึ้นหรือไม่? อีกซักพักเราคงได้รู้กัน

 

สุดท้ายขอปิดด้วยเรื่องเงิน !

จะขยายธุรกิจต้องใช้เงิน ดังนั้นความแข็งแกร่งด้านการเงินจึงสำคัญ บริษัทแม่ของ Swensens ก็คือ Minor กรุ๊ปหรือชื่อหุ้นว่า MINT

MINT มีมูลค่าทางตลาดอยู่ถึง 200,000 ล้าน ในขณะที่ ……..

AU มีมูลค่าทางตลาดเพียง 10,000 ล้าน

 

MINT มีเงินสดจากการดำเนินงานปีละประมาณ 6,494 ล้าน
AU มีเงินสดจากการดำเนินงานปีละประมาณ 136 ล้าน

 

MINT ใหญ่กว่า AU มหาศาลและมีเงินสดในแต่ละปีมากกว่ามาก ถือว่า MINT มีทรัพยากรพร้อมทุกๆด้าน อาจจะต้องยกเว้นด้านหนึ่งคือเรื่องคน ธุรกิจร้านของหวานคือการบริการ การทำบิงซูน่าจะยากกว่าการตักไอศกรีมใส่ถ้วย ไหนจะยังมีคุณเมย์และคุณแม่ทัพที่เป็นผู้ก่อตั้ง After You มาแต่ต้นบริหารอยู่ ทำให้บริษัทยังคงมีความคล่องตัวและรับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า MINT ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่

 

Swensens จะประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดบิงซูหรือไม่? ผมคิดว่าสำเร็จแต่อาจจะไม่ใช่ในเร็วๆนี้ ทรัพยากรเพียงพอแต่ยังมีเรื่องคนและ Know-how ที่อาจจะต้องใช้เวลาพัฒนา แล้วถ้าเข้าตลาดบิงซูได้ After You จะถึงขั้นเจ๊งเลยไหม? ผมคิดว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น ตลาดคงแบ่งๆกันไปแต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้การเติบโตของ After You ทำได้ยากลำบากขึ้น ซึ่งเราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าแล้วคุณเมย์จะแก้เกมส์ยังไง?

 

หากมองในมุมกลับ การขยายตลาดบิงซูของ Swensens อาจจะเป็นเหมือนการโปรโมทบิงซูให้ After You ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนนิยมอยู่ฟรีๆก็ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศคงยังไม่ค่อยรู้จักบิงซูนัก After You ก็ไม่มีเงินไปโปรโมทมากขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นระดับ Swensens กลับเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก

 

ทุกๆวิกฤตมักมีโอกาสอยู่เสมอ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์เป็นอย่างไร แต่อยู่ที่เราจะมองสถานการณ์นั้นด้วยมุมมองแบบไหนต่างหาก แล้วเพื่อนๆล่ะมีมุมมองยังไง? คิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นโอกาสหรือวิกฤตของ After You? หรือจริงๆแล้วคนซวยอาจจะไม่ใช่ After You แต่กลับเป็นแบรนด์เล็กๆมีไม่กี่สาขาก็เป็นได้?

 

ปล.ขออภัยที่เรียก คากิโกริของ After You ว่าบิงซู เพื่อความง่ายในการพิมพ์ของแอดมิน คือจะพิมพ์นํ้าแข็งใสก็ยาวเกิน ^^

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *