โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกับกองทุน CG – KTBTHAICG

โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกับกองทุน CG - KTBTHAICG

โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกับกองทุน CG

กองทุนเปิด กรุงไทย บุญตรง ธรรมมาภิบาลไทย KTBTHAICG

โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกับกองทุน CG กองทุนเปิด กรุงไทย บุญตรง ธรรมมาภิบาลไทย KTBTHAICG

การลงทุนในกองทุนมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูการเติบโต, ความแข็งแกร่งหรือความปลอดภัย แต่ไม่ว่าเป็นแบบไหนการลงทุนจะมีโอกาสผิดพลาด ถ้าผู้บริหารของบริษัทที่กองทุนเข้าไปลงทุนบริหารงานแบบไม่มีหลักธรรมาภิบาล มีการทุจริตอร์รัปชั่น

ดัชนี IOD/CG Index เปรียบเทียบกับ SET Index ตั้งแต่ ม.ค.50-ก.ย.59 เฉลี่ยผลตอบแทนอยู่ที่ 12.28% สูงกว่า SET Index อยู่ที่ 10.33%

แม้แต่มหาเศรษฐีโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์เองยังให้ความสำคัญกับ “Integrity” หรือความซื่อสัตย์เป็นอันดับแรกในการร่วมลงทุนกับใครก็ตาม ความ“ซื่อสัตย์” และ “คุณธรรม” ถือเป็นรากฐานของการสร้างผลตอบแทนที่ “มั่นคง”

มีแค่ไม่กี่กองทุนในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีคุณธรรมเท่านั้น !

หลักการในการลงทุนคือเลือกหุ้นจากบริษัทจดทะเบียนที่เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) และบริษัทที่มี CG Scoring 4 ดาวขึ้นไป โดยลงทุน 80% ในหุ้นไทย

ผู้จัดการกองทุนจะมุ่งเน้น บริหารแบบเชิงรุก ( Active Management)  ผสมผสาน Top-Down ในการปรับสัดส่วนการลงทุนและ Bottom-Up ในการคัดสรรหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยหุ้นที่จะลงทุนจะมีจำนวนประมาณ 20-30 บริษัท มุ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีอัตราการเติบโตสูง

ที่ผ่านมาผลตอบแทนของหุ้นคุณธรรมก็ทำได้ดี ถ้านำเอาหุ้นที่มีคะแนน CG มากกว่า 90 มาทำเป็นดัชนีอ้างอิง IOD/CG Index จะเห็นว่าผลตอบแทนชนะดัชนีตลาดหลักทรัพย์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานตั้งแต่ปี 2550

แม้ตลาดหลักทรัพย์ไทยจะไม่ค่อยไปไหนด้วยปัญหาต่างๆที่รุมเร้า แต่ต่อจากนี้ไปคาดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆเริ่มต้นจากปีหน้า ทาง KTAM ได้ประเมินการเติบโตของ EPS และ SET Index ไว้ว่ามีโอกาสทะลุ 2,000 จุดในอีก 4-5 ปีข้างหน้า อ้างอิง P/E ประมาณ 16 เท่า Dividend Yield ที่ประมาณ 3.6%

Theme การลงทุนหลักที่ KTAM มองประกอบไปด้วย 4 อย่างด้วยกันคือ 1. หุ้นที่ได้รับผลดีจากการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อภายในประเทศ 2. หุ้นที่ได้รับผลดีจะนโยบายรัฐ 3. หุ้นที่มีการเติบโต 4. หุ้นที่ราคาถูกและยังไม่ขึ้นตามดัชนี ซึ่งจะทำให้การลงทุนสมดุลทั้งทางด้านการเติบโตและการควบคุมความเสี่ยงให้ตํ่าได้

KTAM คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวที่ 3.5% ทั้งในปี 2560 และ 2561 ปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศที่ต้องติดตามคือค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

GDP ของไทยมีแนวโน้มที่จะกลับมาเติบโตสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย KTAM ประเมินไว้ว่าจะมีการเติบโตถึง 3.7% ในอีก 3 ปีข้างหน้า

หุ้นไทยยังมี Valuation ที่ถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใหญ่ๆในภูมิภาคเดียวกัน โดยประเทศไทยยังมี Forward P/E ปี 2561 ที่ถูกกว่าเพื่อนบ้านประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการทำความเข้าใจเศรษฐกิจและติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้น หากลงทุนในระยะยาวจะทำให้ความเสี่ยงที่เกิดจากการผันผวนของตลาดหุ้นตํ่าลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • ความเสี่ยงระดับภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจของประเทศไทยบ้าง แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหากวิกฤตไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยตรง
  • ความเสี่ยงเรื่องการแข็ง/อ่อนค่าของเงินบาท อาจเป็นผลดีและผลเสียต่อบริษัทที่ทำธุรกิจในแต่ละหมวด หากกองทุนมีการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมจะทำให้ความเสี่ยงด้านนี้ลดลงได้เช่นกัน

จุดแข็งของ KTBTHAICG นอกจากจะเป็นเรื่องการคัดเลือกบริษัทที่มีคุณธรรมแล้ว ยังเป็นกองทุนที่เน้นการบริหารเชิงรุก (Active management) และมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่มาปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่ดี

ข้อดีของการลงทุนในกองทุน KTBTHAICG นอกจากมีโอกาสในการเติบโตแล้ว ที่เหนือกว่าการลงทุนในกองทุนอื่นคือการที่เรารู้ว่าเงินของเราจะมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และได้ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

KTBTHAICG

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ผู้สนับสนุนการขาย-รับซื้อคืน (โบรกเกอร์) กว่า 30 แห่งทั่วประเทศหรือ บลจ.กรุงไทย

โทร 02-670-4900 กด 9

 

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *