อย่าคิดจะลงทุนในหุ้นเลยถ้า…


‍‍‍‍‍‍ ‍
1.ถ้าคุณหวังรวยเร็วติดจรวด – เพราะโอกาสรวยแบบนั้นมันน้อยเหมือนเล่นหวย โอกาสที่คุณจะเจ๊งก่อนรวยนั้นสูงกว่ามาก นักลงทุนระดับโลกนั้นโดยเฉลี่ยสามารถทำผลตอบแทนได้ปีละประมาณ 10-15% ต่อปี ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว มากกว่านั้นถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในระยะยาว
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
2.ถ้าคุณคิดว่าคุณเก่งและรอบรู้ไปเสียทุกอย่าง – เพราะถ้าคุณคิดแบบนั้นคุณจะไม่มีการศึกษาเพิ่มเติมอย่างถี่ถ้วน และสุดท้ายคุณก็จะแพ้ จงเป็นนำ้ที่ไม่เคยเต็มแก้ว เรียนรู้อยู่เสมอ เรียนรู้จากความสำเร็จ เรียนรู้จากความผิดพลาด เรียนรู้จากตัวเอง เรียนรู้จากคนอื่น
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
3.ถ้าคุณชอบซื้อหุ้นตามนักลงทุนรายใหญ่ต่างๆ – เพราะเมื่อเขาขาย เขาอาจไม่ได้บอกคุณ หรือตอนเขาซื้อ ก็มักจะไม่ใช่ราคาเดียวกับที่คุณจ่าย นอกจากนั้นแล้วขนาดของพอรต์ก็มีผลต่อการเลือกหุ้นถ้าคุณเป็นรายเล็ก การซื้อหุ้นตามรายใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย รายเล็กมีข้อได้เปรียบคือพอร์ตเล็กเลือกซื้อหุ้นได้หลากหลาย สภาพคล่องไม่มากก็ซื้อได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณซื้อตามรายใหญ่ตลอด ข้อได้เปรียบข้อนี้จะหายไป
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
4.ถ้าคุณชอบเทรดหุ้นรายวัน – จงจำไว้ว่า ทุกครั้งที่คุณเทรดคนที่ได้เงินไม่ใช่คุณแต่เป็นโบรคเกอร์ต่างหาก และทุกวันนี้นอกจากเทรดแข่งกับคนแล้ว คุณยังต้องเทรดแข่งกับคอมพิวเตอร์ กับหุ่นยนต์อีกด้วย โอกาสที่จะสำเร็จยิ่งยากขึ้น
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
5.ถ้าคุณไร้ความอดทน – การลงทุนเหมือนการปลูกต้นไม้ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายยังต้องใช้เวลานับสิบปีเพื่อให้ผลตอบแทนของพวกเค้างอกเงย ยกตัวอย่างของ Buffett ความมั่งคั่งของเค้าใช้เวลากว่า 60 ปีในการสรรค์สร้าง จงจำไว้เสมอว่าเวลาจะเป็นเพื่อนที่ดีของนักลงทุนที่อดทน แต่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจกับนักลงทุนที่ไร้ความอดทน
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
6.ถ้าคุณไม่มีเวลา – การจะลงทุนในอะไรสักอย่าง ถ้าจะให้ดีคุณก็ควรจะให้เวลาเพื่อศึกษาบริษัทและวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนเพื่อที่จะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของการแห่ตามฝูงชน ไม่ก็อารมณ์ของตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่มีเวลาจริงๆทางออกที่ดีที่สุดก็การซื้อกองทุนดัชนี
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
7.ถ้าคุณชอบความแน่นอน – การลงทุนหุ้นนั้นผันผวนขึ้นลงตลอดเวลาไม่เหมือนการฝากแบงค์ที่มีดอกเบี้ยบอกแน่นอนว่าคุณจะได้เท่านั้นเท่านี้หรือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ถ้าคุณถือจนหมดอายุก็จะได้รับดอกเบี้ยที่แน่นอน จงฉกฉวยผลประโยชน์จากความไม่แน่นอน อย่ากลายเป็นทาสของมัน
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
8.ถ้าคุณไม่มีเงินเย็น – จงจำไว้เสมอว่าการลงทุนคือการนำเงินเก็บมาลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนงอกเงย อย่าใช้เงินหมุนมาเสี่ยงในตลาดหุ้นที่ผันผวนเพราะคุณไม่มีทางรู้ได้ว่าจะรวยหรือซวย ถ้าเป็นแบบหลัง ชีวิตคุณอาจต้องเผชิญกับปัญหาสาหัส และถ้าคุณมีหนี้สินด้วยก็แทบจะเป็นการปิดทางรวยของตัวคุณเองไปเลย
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
9.ถ้าคุณไม่สามารถตัดสินใจภายใต้ความกดดันได้ – คุณซื้อหุ้นที่ราคาหนึ่งโดยคาดหวังว่ามันจะขึ้น แต่ถ้ามันตกคุณจะทนถือหรือตัดสินใจขาย? ความสามารถในการตัดสินใจภายใต้ความกดดันสำคัญมากเพราะมีโอกาสที่หุ้นจะไม่กลับขึ้นมาอีกเลยและคุณจะดอยไปตลอดชีวิต การไม่ตัดสินใจคือการตัดสินใจที่แย่ที่สุด
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
10.ถ้าคุณคิดว่าคุณมีข้อมูลวงในที่คนอื่นไม่รู้ – เพราะถ้าข้อมูลมาถึงคุณซึ่งไม่ได้เป็นคนที่อยู่วงในแต่อย่างใด มีโอกาสสูงมากที่ข้อมูลวงในที่ว่าจะเป็นข้อมูลวงในที่ใครๆก็รู้กันหมดแล้ว ยกเว้นคุณที่เพิ่งรู้ แล้วถ้าคนเขารู้กันหมดแล้วจะเรียกว่าข้อมูลวงในได้อย่างไร?
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
11.ถ้าคุณถือหุ้นมากมายเพื่อกระจายความเสี่ยง – คุณจะไม่มีทางได้รับผลตอบแทนสูงๆเพราะเมื่อหุ้นบางตัวในพอรต์ของคุณชนะ จะมีบางตัวที่แพ้และผลตอบแทนของคุณก็จะลดทอนไปตามสัดส่วน อาชีพนักลงทุนคือการเป็นนัก “เลือก” ถ้าคุณเลือกไม่ได้ก็อย่าเป็นนักลงทุนเลย
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
12.ถ้าคุณซื้อหุ้นบริษัทเพราะคุณชอบสินค้าที่บริษัทนั้นขาย – การที่มีสินค้าหรือบริการที่ดีนั้นก็ดีแต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทนั้นจะเป็นหุ้นที่ดีแล้วคุณจะทำกำไรได้เสมอไปจากการลงทุนในบริษัทนั้น คุณต้องติดตามบริษัทนั้นอย่างใกล้ชิดด้วยเพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปคุณอาจหนีไม่ทัน บริษัทที่ดีอาจไม่ใช่หุ้นที่ดี 
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
13.ถ้าคุณเชื่อคำคาดการณ์ของนักวิเคราะห์มากเกินไป – จำไว้ว่านักวิเคราะห์ไม่ใช่เพื่อนของคุณและไม่มีหน้าที่ทำให้คุณรวยแต่อย่างใด หน้าที่ของพวกเขาคือการกระตุ้นให้คุณซื้อๆขายๆหุ้น และทำเงินจากค่าธรรมเนียมให้ได้มากที่สุด ส่วนคุณจะกำไรหรือขาดทุนมักไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมาใส่ใจมากเท่าจะได้ค่าธรรมเนียมจากการลงทุนของคุณมากเท่าไหร่ จงฟังนักวิเคราะห์อย่างมีสติ และใช้บทวิเคราะห์อย่างชาญฉลาด
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
14.ถ้าคุณคิดว่าคุณคาดการณ์ตลาดได้ – คุณไม่ควรลงทุนแต่คุณควรไปเป็นหมอดูแทน การคาดการณ์ตลาดนั้นยากมากยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว Warren Buffett พูดไว้ว่าเขาไม่เคยคาดการณ์ตลาดเลย เนื่องจากการทำแบบนั้นอาจทำให้คุณเสียโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นดีๆไป
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
15.ถ้าคุณคิดว่าการเล่นหุ้นคือการพนัน – เพราะถ้าคุณเข้าตลาดด้วยความคิดนี้มันก็จะเป็นแบบนั้น การกระทำของคนขึ้นอยู่กับทัศนคติของเขาเอง หุ้นจะเป็นการลงทุนต่อเมื่อคุณมองและปฏิบัติกับมันแบบการลงทุน การพนันกับราคาหุ้นเป็นสิ่งที่คนนึงได้คนนึงเสียไม่ได้สร้างอะไรเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจต่างจากการลงทุนที่คุณซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของและรายได้ในอนาคตของบริษัทซึ่งเมื่อบริษัทโตขึ้นคุณก็รวยขึ้นไปด้วยกัน

ติดตามข้อมูลหุ้น กองทุน บทความธุรกิจและการตลาดดีๆ

แอดไลน์กันไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาส “เปลี่ยนชีวิต”

http://bit.ly/buffettcode