“สเวนเซ่นส์” กำลังต้องการกำลังใจ

“สเวนเซ่นส์” กำลังต้องการกำลังใจ

<แก้ไขตัวเลข ขอบคุณ คุณ Phusana Wanitwattanarumluek ที่ท้วงติงครับ>

 

ผมเป็นคนชอบกินไอติมมากครับ กับสเวนเซ่นส์นี่ถือว่าโตมาด้วยกันเลย ยังแอบจำความรู้สึกตอนเด็กๆที่ไปกินสเวนเซนส์ได้ว่าการได้กิน Banana Boat ที่สเวนเซ่นส์นี่มันช่างแลดูเป็นความไฮโซของชีวิตจริงๆ จนทุกวันนี้ผมก็ยังชอบกินอยู่ ยอมรับว่าพอวันนี้ลองหาข้อมูลดูผมตกใจมากครับ เพราะเท่าที่ดูก็รู้สึกว่าสเวนเซ่นส์ยังขายดีอยู่ แต่นั่นเป็นเพียงความรู้สึกของผมเอง

 

มาดูภาพอดีตของสเวนเซ่นส์กันก่อน

ข้อมูลในปี 2548 สเวนเซ่นส์มีส่วนแบ่งการตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยมอยู่ที่ 90% มูลค่าตลาดรวม 1,800 ลบ.  ยอดขายของสเวนเซ่นส์ก็ประมาณ  1,620 ลบ. รองมาเป็นบาสกินกับฮาเกนดาสมีส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ทั้งคู่ ถือว่าสเวนเซ่นส์ทิ้งห่างมากๆจนเหมือนจะเป็นผู้ชนะขาดลอยไปแล้ว

 

ข้อมูลปี 2554 สเวนเซ่นส์มีส่วนแบ่งการตลาด 60% ตลาด 5,000 ลบ. ก็ได้ยอดขายประมาณ 3,000 ลบ. มีสาขา 233 สาขา

ลูกค้ากินไอติมประมาณ 33 ล้านครั้งต่อปี คนไทยมีการบริโภคไอศกรีม 1.7 ลิตรต่อปี มาเลเซีย 2.1 ลิตรต่อปี ญี่ปุ่น 3.3 ลิตร ยุโรป 4 ลิตร อ่าว กลายเป็นคนประเทศอากาศหนาวกินเยอะกว่าคนประเทศอากาศร้อน? -_-; คงเป็นที่ระดับรายได้ (Disposable Income) มากกว่ามั้งผมว่าอากาศคงมีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากเท่าเงินในกระเป๋าไม่งั้นป่านนี้พี่ไทยคงแซงยุโรปไปแล้ว ร้อนซะขนาดนี้ ถึงจุดนี้สเวนเซ่นส์เริ่มมีการพูดถึงคู่แข่งใหม่จากต่างประเทศครับ เดาว่าคงเป็นครีมแอนด์ฟัดจ์และโคลสโตน

 

ข้อมูลปี 2555 ตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยมมีมูลค่า 5,000 ลบ. เติบโต 5-7% ต่อปี

สเวนเซ่นส์มีส่วนแบ่งการตลาด 75% หรือประมาณ 3,500 ลบ. และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 80% ในปี 2556

รายได้ของสเวนเซ่นส์มาจาก กรุงเทพ 50% และตจว. 50%

ตอนนั้นกลุ่มลูกค้าหลักของสเวนเซ่นส์เป็นผู้หญิง 70% ลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ย 5-8 ครั้งต่อเดือน แปลว่าคนไทยที่ไปสเวนเซนส์ไปประมาณอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อยเลยนะเนี่ย

มียอดค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อบิลไปรอบนึงก็ประมาณ 2 ถ้วยคนละถ้วย มีลูกค้าไปทานประมาณ 40 ล้านครั้งต่อปี

มีสาขา 260 สาขา หารกับยอดขายตกเป็นยอดขายที่ประมาณ 13.5 ลบ.ต่อสาขา

ข้อมูลปี 2556 มีรายได้ 3,611 ลบ.

ข้อมูลปี 2557 ตลาดพรีเมี่ยมแมสคาดว่าจะมีมูลค่า 5,000 ลบ.
ส่วนแบ่งการตลาดลดเหลือ 70-80% คิดเป็นรายได้ประมาณ 4,000 ลบ.
โดยปีนี้มีการพูดถึงคู่แข่งหลักคือ ฮาเก้นดาส, ครีมแอดน์ฟัดจ์, โคลสโตน
ปี 2558 รายได้เหลือ 3,956 ลบ.

และล่าสุดผมได้ข้อมูลของสเวนเซ่นส์มาใหม่
เป็นข้อมูลปี 2559 รายได้อยู่ที่ 3,896 ลบ.ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ยิ่งไปกว่านั้นคือสาขาของสเวนเซ่นส์เพิ่มขึ้นด้วยถ้าเอาในไทยอย่างเดียวก็ 330 สาขา
พอมาหารกัน 3896/330 เหลือยอดขายเฉลี่ยสาขาละ 11.8 ลบ.เอง
จากข้อมูลของโคลสโตนปีนี้ตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยมแมสจะอยู่ที่ประมาณ 6,800 ล้านบาท
เท่ากับส่วนแบ่งการตลาดของสเวนเซ่นส์เหลือแค่ 57% เท่านั้น !!!

ไม่น่าเชื่อว่ากิจการแกร่งๆอย่างสเวนเซ่นส์จะสามารถเพลี่ยงพลํ้าได้ขนาดนี้ จากส่วนแบ่งการตลาดในปี 2548 ที่ 90% 10 ปีถัดมาเหลือ 57% ผมคิดว่าคงเป็นเพราะผู้บริโภคด้วยเพราะเดี๋ยวนี้มีทางเลือกในการกินของหวานเพิ่มขึ้นเยอะ มีทั้งอาฟเตอร์ยู, สารพัดร้านเค้ก, ไอติมยี่ห้ออื่นๆที่ก็ดูน่ากินและราคาก็ไม่แพ้สเวนเซ่นส์ บริการก็ระดับเดียวกันหลายๆร้านอาจจะดีกว่าด้วย โปรโมชั่นก็จัดกันหนักหน่วงต่อเนื่องอย่างโคลสโตนก็เน้นทำราคาลดลงมาเหลือ 70-80 บาทก็กินได้แล้วแถมบางช่วงยังมีแจกฟรีงี้ ลด 20% งี้ในขณะที่สเวนเซ่นส์มีบัตรสมาชิกยังลดแค่ 10% TT บวกกับคนรุ่นใหม่ๆที่ชอบลองของใหม่ด้วย

 

ถือว่าเป็นความท้าทายของสเวนเซ่นส์เลยทีเดียวว่าจะพลิกเกมส์ยังไงดี เขียนกันไปก็อยากกินไปเอาเป็นว่าเรามาร่วมส่งข้อความเป็นกำลังใจให้สเวนเซ่นส์กันครับ ไอติมข้าวเหนียวมะม่วงจะได้อยู่กับพวกเราไปนานๆ เขียนในคอมเม้นท์ได้เลยถ้ามีคนเขียนเยอะเดี๋ยวผมรวบรวมส่งไปให้สเวนเซ่นส์ (จริงจังนะเนี่ย 555) ไปเขียนส่งกำลังใจให้ได้ที่เพจ BUFFETTCODE นะครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:

http://positioningmag.com/7389.

http://www.acnews.net/detail-hotnews.php?news_id=N255911699

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/487454

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000010271

http://money.sanook.com/1328/http://positioningmag.com/54410