สรุป ธนาคาร Facebook สกุลเงิน Libra

สกุลเงิน Libra

สกุลเงิน Libra ใครได้? ใครเสีย? สิ่งที่ทุกคนต้องรู้

1.
อาทิตย์ที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดตัวสกุลเงินดิจิตอลใหม่ชื่อ Libra ซึ่งคาดว่าถ้าทำสำเร็จจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เงินของคนทั่วโลกไปอย่างมหาศาล

ก่อนที่ Facebook จะปล่อย Libra ออกมา Facebook ได้ไปจดทะเบียนตั้งบริษัท Libra Association ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางทางการเงินและธนาคารโลก เป็นที่ชัดเจนว่าFacebook กำลังท้าทายระบบธนาคารที่ทรงอำนาจมาอย่างยาวนานเป็นร้อยๆปี จากที่ผมติดตามหุ้นFacebook มาซักระยะ ผมว่าคนคิดใหญ่อย่าง Zuckerberg คงไม่ได้หวังแค่ทำสกุลเงินดิจิตอล แต่หวังจะครอบงำระบบการเงินด้วยระบบดิจิตอล เป็นธนาคารซะเองเลย?

2.
Libraจะทำให้คนทั่วโลกสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร ไม่ต้องไปสาขา ไม่แม้แต่จะต้องเดินหาตู้ ATM ….. และนี่คือสาเหตุว่าทำไมรัฐบาลในหลายประเทศและธนาคารทั่วโลกถึงพยายามหยุดยั้งLibra เพราะถ้า Libra ใช้ได้จริงโดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร เท่ากับเป็นการตัดธนาคารออกจากสารบบของการรับ-จ่ายเงินไปเลย นั่นหมายถึงค่าธรรมเนียมมหาศาล ข้อมูลการใช้จ่าย และฐานลูกค้าที่หายไป ไม่มีเงิน ไม่มีข้อมูล ฐานลูกค้าใหม่น้อยลง คงลดทอนอำนาจของธนาคารไปไม่น้อย

3.
ทำไมรัฐบาลและธนาคารถึงกังวล?
Facebookและ Platform ต่างๆของบริษัทมีผู้ใช้รวมมากถึง2,400ล้านคน เปรียบเป็นประเทศถือว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเข้ามาแบ่งเค้กผลประโยชน์ทางการเงินครั้งนี้ของ Libra จึงเป็นการกระทำที่ท้าทายระบบการเงินแบบดั้งเดิมมากๆ เพราะการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นผลประโยชน์มหาศาลไม่ว่าจะฝั่งรัฐบาล,​ธนาคารกลาง และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ 

4.
ข้อมูลและการควบคุม กำกับดูแลทางการเงินจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับธนาคารกลาง 100% อีกต่อไป ใน White Paper ของ Libra ได้เขียนไว้ชัดเจนว่ามองเห็นถึงโอกาสในระบบการเงินที่มีการปกครองแบบกระจายอำนาจ ไม่รวมศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่องค์กรใด องค์กรหนึ่ง ธนาคารกลางที่ไหนมาเห็นข้อความนี้คงต้อง“รู้สึกอึดอัด” 

5.
บริการหลายอย่างฟรี ทำไมบริการทางการเงินถึงยังแพง?
ไม่น่าเชื่อว่าในคน 7,500 ล้านคนบนโลกจะยังมีคน 1,700 ล้านคนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน การให้บริการของธนาคาร และที่แน่ๆคือไม่มีบัญชีเงินฝาก สาเหตุก็เพราะในหลายๆประเทศที่ยังไม่พัฒนา บริการด้านการเงินยังมีค่าใช้จ่ายสูง ดอกเบี้ยสูง ค่าธรามเนียมสูง และสาขาก็อยู่ไกล (ยกตัวอย่างก็เช่น ในจีนสมัยก่อน อินเดีย หรือแอฟริกา) แต่พอตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตแล้ว ใครมี Smartphone เครื่องละไม่กี่พันบาทก็สามารถใช้บริการทางการเงินได้แล้ว สามารถทำบริการทางการเงินที่ต้นทุนต่ำได้

6.
สิ่งที่ Libra จะทำคือการเป็น Internet of Money ใช้โครงสร้างเครือข่ายทางเทคโนโลยีมาเป็นพื้นฐานของระบบการเงินยุคใหม่ ที่จะทำให้คนทั่วโลกได้ใช้บริการง่ายๆถูกๆ ระบบของ Libra ถูกสร้างขี้นบนระบบBlockchain ที่ง่ายต่อการขยายและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบดั้งเดิมของธนาคาร ถ้าทำแล้วสำเร็จ ด้วยพลังของฐานผู้ใช้ Facebook และเทคโนโลยีในปัจจุบัน การขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องยาก

7.
สกุลเงิน Libra มีการสำรองด้วยเงินจริงๆและพันธบัตรรัฐบาลต่างๆที่เป็นInvestment gradeองค์กรที่จะเข้ามาให้บริการจุดเชื่อมต่อข้อมูลต้องจ่ายเงินสูงถึง 10 ล้านเหรียญ (Facebook บอกว่าเป้า 100 องค์กร ก็มีเงินกองกลางแล้ว 1,000 ล้านเหรียญ หรือ 30,000 ล้านบาท) ดังนั้นจึงทำให้ตามทฤษฎีแล้ว สกุลเงินของ Libraจะมีความผันผวนน้อยมากๆ ดีกว่าการใช้ Bitcoin  และอาจจะปลอดภัยกว่าการถือสกุลเงินจริงๆของประเทศที่กำลังประสบปัญหาอย่างสกุลเงินโบลิวาของเวเนซูเอล่าด้วยซ้ำไป

8.
องค์​กรที่เข้าร่วมกับ Libra Associate แล้วมีUber, Spotify, Booking, Agoda, Paypal, Visa, Mastercard, Ebay ซึ่งจะไม่ใช่แค่เข้ามาช่วยกันกำกับดูแล Libra แต่คาดว่าจะเปิดรับการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆของตนด้วยสกุลเงินLibra ในอนาคตด้วย อันนี้ดีย์มากอีกหน่อยจองโรงแรมใน Bookingหรือ ซื้อของใน Ebay ก็น่าจะถูกลงเพราะค่าธรรมเนียมต่ำลง

9.
แล้ว Libra ใช้งานยังไง?
เริ่มต้นด้วย Libra Associate ขายเงินสกุลLibra ออกใหม่ให้กับ “ผู้ค้าที่ได้รับอนุญาติ”บนพื้นฐานของเงินสำรองที่มี (อารมณ์เหมือน Super Rich ซึ่งดูๆแล้วมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น Platform Callibra ของ Facebook นั่นเอง) ผู้ค่าส่งเอาไปให้ผู้ใช้รายย่อยผ่านทางช่องทางต่างๆ (ก็แลกเงินเหมือนตอนไปเที่ยวตปท.)

ดูๆไปลักษณะการทำงานคล้ายๆ LINE Coin ที่เราต้องซื้อเหรียญก่อนที่จะซื้อ Sticker ในไลน์นั่นแหละ แต่อันนี้คือส่งให้คนอื่นแล้วคนอื่นเอาไปแลกกลับเป็นเงินสกุลของผู้รับได้ เช่น 30THB -> 1LIBRA -> 1USD แลกเงินแบบนี้แต่ข้อดีคือค่าธรรมเนียมต่ำ และแทบจะส่งปุ๊ปได้รับปั๊ปเดี๋ยวนั้นเลย

Facebookเปรียบเทียบว่าจะทำให้การส่งเงินเหมือนการส่งรูปให้กัน คือมันจะเร็วปานนั้นเลย

10.
ถ้า Libra ประสบความสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น?
แน่นอนว่าการทำธุรกรรมทางการเงินต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก ธนาคารต้องปรับตัวมหาศาล ข้อมูลการใช้จ่ายต่างๆจะกระจายไปอยู่ในมือขององค์กรเอกชน ไม่อยู่ในมือของรัฐบาลหรือธนาคารกลางแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป

การส่งเงินข้ามโลกจะง่าย อารมณ์เหมือนเอาเงินใส่จรวดความเร็วแสงวิ่งผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตถึงปลายทางทันที โดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ แน่นอนการซื้อของข้ามโลกจะยิ่งง่ายตามมาการกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางคงทำได้ยากขึ้น เพราะดันมีสกุลเงินดิจิตอลเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย แถมอำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งด้วย (ปัจจุบันถ้าธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจลดหรือขึ้นดอกเบี้ย ก็จะกระทบระบบการเงินทั่วโลก ต่อไปถ้าอำนาจไม่รวมศูนย์แล้วก็ …. ผมเองก็ยังนึกไม่ออกครับ) แต่ Libra จะเปิดให้ใช้ประมาณกลางปี2020ดังนั้นคงไม่นานเกินรอครับ

11.
ทำไมต้องชื่อ Libra?
Libraเป็นหน่วยการชั่งน้ำหนักของเงินในสมัยกรุงโรม Libra จะไปคล้ายๆเสียงของคำว่า Libre ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า อิสระภาพ อีกด้วย ซึ่งก็ดูเหมาะสมดีเพราะ Facebook ตั้งใจจะให้Libra เป็นสกุลเงินเสรีสำหรับคนทั่วโลก เท่านั้นยังไม่พอ Libraยังไปพ้องกับคำว่า Libor ที่เป็นชื่อเรียกอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินระยะสั้นของธนาคารอีกด้วย อารมณ์ Libor เป็นของธนาคาร ส่วน Libra เป็นของทุกคนนะจ๊ะ 

แต่ที่พี่มาร์คน่าจะกดโกรธกับสิ่งนี้คือชื่อ Libraดันไปตรงกับยี่ห้อผ้าอนามัยแบบสอดที่ขายดีที่สุดของออสเตรเลียด้วย 555

ปล. บทความนี้มีความเห็นของตัวผมเองเยอะนะครับ อาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ไม่มีใครรู้อนาคตครับ

อยากรู้เรื่อง Facebook อ่านเพิ่มเติมที่นี่เลยครับ
http://buffettcode.com/หุ้น-facebook-2019/

ที่มา:
https://www.coindesk.com/g7-forming-task-force-in-response-facebooks-libra-cryptocurrency

https://www.reuters.com/article/us-facebook-switzerland-payments/facebook-forms-swiss-fintech-firm-with-payments-focus-idUSKCN1SN1ZT

https://www.theguardian.com/commentisfree/2019/jun/23/libra-cryptocurrency-dare-you-trust-facebook-with-your-money

https://www.blognone.com/node/110455

https://brandinside.asia/libra-digital-currency-disrupt-industry/

https://www.forbes.com/sites/panosmourdoukoutas/2019/06/22/libra-could-make-or-break-bitcoin/#7e6d57ae27aa