ลงทุนปี 2019 กล้าในยามที่คนอื่นกลัว

ปี 2018 ผ่านไป ปี 2019 กำลังเข้ามาแทนที่ เวลาผ่านไปแต่สิ่งที่ยังคงเดิมคือความผันผวนของตลาดหุ้น ยิ่งปีที่ผ่านมายิ่งผันผวนหนักทำเอานักลงทุนหลายคนถอนใจกันไปหลายเฮือก

ในสรุปการลงทุนปี 2019 ที่ผมทำร่วมกับ TMB Advisory ชุดนี้มีข้อมูลของตลาดหุ้นในปี 2018 รวมไปถึงมุมมองของเราในปี 2019 นี้

ส่วนตัวต้องบอกว่าปี 2019 นี้คงไม่ง่ายเลย แต่ไม่ใช่หมายความว่ายากแล้วผมจะหยุดลงทุน จากประสบการณ์ของตัวผมเองโอกาสในการลงทุนมีอยู่เสมอไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร? อยู่ที่ว่าเราจะหาโอกาสนั้นเจอหรือไม่?

เป็นนักลงทุนต้องมองไปข้างหน้านะครับ อย่าจมปลักอยู่กับอดีต ไม่หมกมุ่นอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบันมากเกินไป

พร้อมลุยปี 2019 กันหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้วมาดูข้อมูลที่ผมรวบรวมมาให้ไปพร้อมๆกันเลยครับ

Buffettcode feat. TMB Advisory

ลงทุนปี 2019 ถึงเวลาหรือยังที่จะกล้าในยามที่คนอื่นกลัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2018 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก่าเพราะตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศผันผวนและเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงมากมาย อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นมากกว่า 90% เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า , ปัญหาการเมืองในยุโรป และความผันผวนของราคาสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก อย่างไรก็ดีหลายๆปัจจัยเป็นปัจจัยที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทราบไปแล้ว ผลกระทบบางส่วนส่งผลถึงตลาดหุ้นที่ตกลงมาเรียบร้อยแล้ว

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ผลกระทบของ Trade Wars ต่อตลาดหุ้นทั่วโลก MSCI International World ex USA
ที่มา: Investing.com / Twitter (ข้อมูลวันที่ 11 มกราคม 2019)

ยกตัวอย่างเรื่องที่คนพูดถึงกันมากในช่วงนี้อย่างสงครามการค้า ถ้าใครติดตามจะสังเกตได้ว่าครั้งแรกที่ประธานาธิปดีทรัมป์ประกาศสงครามการค้า ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างอย่างหนัก แต่หลังจากนั้นทรัมป์และประธานาธิปดีสีจิ้นผิงมีการเจรจาพูดคุยกันไปหลายครั้ง จนหลังๆที่มีการตั้งโต๊ะเจรจา ไม่ว่าจะได้ผลออกมาดีหรือไม่ ตลาดหุ้นมักไม่ค่อยตอบสนองในเชิงลบ ตลาดหุ้นไม่ตกแรงๆอย่างในช่วงแรกที่มีการประกาศสงครามการค้าแล้วเพราะนักลงทุนในตลาดได้รับรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงข้อนี้ไปแล้วมากพอสมควร

นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องสงครามการค้าและตลาดหุ้น ณ ตอนนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจ เช่น

ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวงจรเศรษฐกิจ

แม้การเติบโตของเศรษฐกิจในหลายๆประเทศจะยังคงเติบโต จากมุมมองของนักวิเคราะห์หลายๆที่จะพบว่าการเติบโตของเศรษฐกิจได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวงจรเศรษฐกิจ (Late Economic cycle) อธิบายสั้นๆปลายวงจรเศรษฐกิจคือช่วงปลายของวงจรการเติบโต การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมมักจะเติบโตในอัตราที่ช้าลง (แต่ไม่ถึงกับไม่โตหรือถดถอย), สภาพคล่องและจำนวนเงินในระบบลด, การเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทในตลาดหุ้นถูกกดดัน และมีโอกาสเผชิญกับนโยบายการเงินตึงตัว

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ตลาดหุ้นส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวงจรเศรษฐกิจ
ที่มา: Fidelity.com

เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับการที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer sentiment) ตกลงสู่จุดต่ำสุดในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งกำลังสะท้อนถึงระดับการบริโภคที่มีโอกาสลดลงในอนาคตกลายเป็นต้นเหตุของการเติบโตของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ลดลง

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
US Consumer sentiment
ที่มา: Umich.edu

ผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกติดลบ

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2018
ที่มา: Investing.com, (ข้อมูลวันที่ 11 มกราคม 2019)

จากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ราคาหุ้นในตลาดส่วนใหญ่แพงเกินค่าเฉลี่ยในอดีต, การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED), การปรับลดสภาพคล่อง ลดขนาดงบดุล จากการทำ Quantitative Tightening (QT)* ของธนาคารกลางทั่วโลกในปี 2019, ปัจจัยความไม่แน่นอนด้านการเมืองที่สูงขึ้นในหลายๆประเทศทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพร้อมกันปรับตัวลดลง

* Quantitative Tightening (QT) = การลดปริมาณเงินในระบบ ส่งผลให้สภาพคล่องลดลง ผลตรงข้ามกับ Quantitative Easing หรือ QE ซึ่งเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและปริมาณเงินในระบบ

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ประมาณการการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางหลักๆของโลก
ที่มา: Haver Analytics, Fidelity Investments

ปัญหาการเมืองยุโรปที่ลุกลาม

ประเด็นการเมืองในยุโรปที่ยังยืดเยื้อไม่จบสิ้นทั้งเรื่อง Brexit ที่ยังตกลงกันไม่ได้ ทำให้ตลาดหุ้นในโซนยุโรปยังถูกกดดันด้วยความไม่แน่นอนต่อไป ปัญหาหนี้สินของอิตาลีซึ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่และลุกลามเป็นปัญหาค่าเงินส่งผลให้อิตาลีเลิกใช้เงินยูโรตามอังกฤษ และสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ปัญหาหนี้สินของอิตาลี
ที่มา: BBC.com, ข้อมูลปี 2018

หนี้ตลาดเกิดใหม่และปัญหาค่าเงิน

วิกฤตหนี้ต่างประเทศและวิกฤตค่าเงินของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างตุรกี อาร์เจนติน่า และเวเนซุเอลา ซึ่งมีโอกาสกลายเป็นวิกฤตโดมิโนแพร่กระจายไปในประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆได้

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) กำลังอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Bloomberg.com, (ข้อมูลวันที่ 18 ธันวาคม 2019)

ในปี 2018 ที่ผ่านมายังมีเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกอีกเช่น การลาออกของประธานธนาคารโลก จิมยองคิม ก่อนที่จะหมดวาระถึง 3 ปี ด้วยเหตุผลคือต้องการลาออกเพื่อไปร่วมงานกับกองทุนเอกชนที่ลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อสนับสนุนตลาดเกิดใหม่ แต่ในความเป็นจริงเหตุผลของคิมอาจเป็นการถูกกดดันและมุมมองที่ไม่ลงรอยกันกับรัฐบาลทรัมป์ หลายๆประเทศกำลังกังวลว่าประธานธนาคารโลกคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งคนต่อไปจะถูกคัดเลือกเข้ามารับตำแหน่งโดยทรัมป์ จะส่งผลให้นโยบายการเงินระหว่างประเทศที่เคยวางไว้อาจต้องสะดุด

ปัญหาอื่นๆเช่น ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศหลักต่างๆที่มีแนวโน้มชะลอตัวล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่กำลังกดดันตลาดหุ้น ณ ขณะนี้

มุมมองประเทศไทยในปี 2018

ส่วนตลาดหุ้นประเทศไทยของเรานั้น ปี 2018 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่ท้าทาย เพราะตั้งแต่เปิดปีมานักลงทุนต่างชาติก็กระหน่ำขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ขายไปถึง 284,046 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนในประเทศและกองทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อ

ปัจจุบันแรงขายของนักลงทุนต่างชาติดูเหมือนจะเริ่มเบาบางลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 มาจนถึงเดือนมกราคม 2019 สังเกตเห็นได้จากมูลค่าการขายสะสมเริ่มไม่ลดลงเพิ่มเติม อาจมีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อในระยะเวลาอันสั้น?

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
การซื้อขายของนักลงทุนใน SET
ที่มา: SETSMART, (ข้อมูลวันที่ 18 มกราคม 2019)

หากมาดูที่ผลตอบแทนของดัชนีแต่ละดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ไทยก็จะพบว่าปีที่ผ่านมา ที่มีความผันผวนสูงก็คือหุ้นเล็ก ส่วนหุ้นใหญ่ยังแข็งแกร่ง

ดัชนี SET50 ที่เป็นตัวแทนของหุ้นใหญ่ให้ผลตอบแทนติดลบเพียง 9.63% หากนำมาลบด้วยปันผลเฉลี่ยที่ประมาณ 3% จะพบว่า SET50 ติดลบจริงๆเพียง -6.63% เท่านั้น เทียบกับตลาดโลกที่ติดลบกันขั้นต่ำก็ต้องมี 10% ขึ้นไป ถือว่าตลาดหุ้นไทยแกร่งกว่ามาก

แต่ถ้าเรามาดูที่ตลาด MAI ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของหุ้นเล็กจะพบว่าติดลบไปถึง 33.9% รวมปันผลไปด้วยยังคงติดลบมากกว่า 31% หุ้น MAI คือสาเหตุที่ทำให้นักลงทุน “รู้สึก” ว่าหุ้นปีที่ผ่านมาตกเยอะ แต่ในความเป็นจริง ที่ตกเยอะคือหุ้นเล็ก ส่วนหุ้นใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับถูกกระทบไม่มาก

สรุปในมุมมองของตลาดหุ้นทั่วโลกจากปัจจัยที่กล่าวมาเบื้องต้นทั้งหมด ทำให้ตลาดหุ้นช่วงนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงจึงไม่แปลกที่จะเห็นดัชนี VIX* ที่บ่งบอกถึงความผันผวนที่ส่งผลถึงความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจของนักลงทุน พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

* VIX หรือ Volatility Index คำนวณจากปริมาณการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ของ Chicago Board Options Exchange (CBOE) บ่งบอกถึงความผันผวนของตลาดหุ้น ยิ่งมีค่ามากแปลว่าผันผวนมาก

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ดัชนี VIX ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเดือนธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา
ที่มา: CNBC.com, (ข้อมูลวันที่ 11 มกราคม 2019)

เมื่อมีความกลัวเกิดขึ้นในตลาดเมื่อไหร่ คำพูดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ที่เคยกล่าวไว้ว่า “จงกล้าในยามที่คนอื่นกลัว” มักจะก้องขึ้นมาในหัวเสมอ

โอกาสท่ามกลางความท้าทายในปี 2019

ทุกๆครั้งที่เกิดความผันผวนจะมีคนหลายคนที่เสียเงิน แต่ก็จะมีคนหลายคนที่ได้เงินมหาศาลจนเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล สิ่งที่คนสองกลุ่มนี้มีแตกต่างกันคือ “มุมมอง” คนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีมุมมองที่ดีและมองหาโอกาสอยู่เสมอ นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราจึงไม่ควรรับข้อมูลแต่เพียงด้านเดียว แต่ควรมองให้ครบทุกด้านจึงจะพบว่าการปรับฐานของตลาดหุ้นในครั้งนี้มีโอกาสอยู่ไม่น้อยเลย (อย่างที่ได้เปรียบเทียบเรื่องหุ้นเล็กกับหุ้นใหญ่ของตลาดหุ้นไทยไปแล้ว)

หลักการนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะถ้าลองสังเกตดูจะพบว่าตลาดหุ้นตกเมื่อไหร่เวลาที่กลับมาขึ้นอีกครั้งมักจะสูงขึ้นกว่าเดิมซึ่งจะทำให้คนที่ถือหุ้นลงทุนระยะยาวได้เปรียบคนที่ซื้อๆขายๆเก็งกำไรระยะสั้นเสมอ สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่ได้ถูกต้องเสมอไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีกลุ่มคนเพียงเล็กน้อยที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนได้อย่างแท้จริง

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
กราฟดัชนี S&P500 ย้อนหลัง 40 ปี
ที่มา: Investing.com, (ข้อมูลวันที่ 11 มกราคม 2019)

การลงทุนเปลี่ยนชีวิตคือการมองให้ครบทุกมุม

ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่กำลังเจอกับความท้าทาย, ตลาดหุ้นไม่ได้ตกทุกตลาดและไม่ใช่ทุกสินทรัพย์ที่กำลังปรับฐาน นั่นหมายความว่าโลกนี้ยังมีความหวังถ้าเรารู้จักเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ถูกต้อง,หุ้นที่มีคุณภาพ มีการเติบโตของกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ, ปัจจัยพื้นฐานที่ดี รวมไปถึงการใช้วิธีการลงทุนที่เหมาะสมและแนวคิดของการลงทุนระยะยาว

และไม่ใช่แค่เฉพาะหุ้นใหญ่ของไทยเท่านั้นที่ไม่ผันผวนตามตลาด แต่หุ้นดีๆระดับโลกที่ทุกคนรู้จักอย่างร้านกาแฟ Starbucks กลับพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่โดยไม่สนใจว่าโลกกำลังมีปัญหาอะไรบ้าง โอกาสที่เกิดจากมองให้ครบทุกมุมคือสิ่งที่มีอยู่จริง

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
กราฟราคาหุ้น Starbucks
ที่มา: Investing.com, (ข้อมูลวันที่ 18 มกราคม 2019)

แล้วตอนนี้มีโอกาสลงทุนในประเทศอะไรได้บ้าง?

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระยะสั้นชะลอตัว ระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง – แม้จะเกิดความผันผวนขึ้น แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังมีการเติบโตในระดับสูงแม้มีแนวโน้มชะลอในระยะสั้นจากการหายไปของนโยบายด้านภาษีและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) สถานการณ์ล่าสุดหลังจากที่เจอโรม โพเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ถูกกดดันจากทรัมป์ รวมไปถึงผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเริ่มรุนแรงจึงส่งผลให้เจอโรม โพเวลมีท่าทีที่อ่อนลงในการขึ้นดอกเบี้ย จึงมีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะกลับมาฟื้นตัวหากธนาคารกลางของสหรัฐชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป
  • ตลาดหุ้นยุโรป เจอปัญหาต่อเนื่องแต่ราคาหุ้นส่วนใหญ่ค่อนข้างถูกหากวัดด้วยหลายๆอัตราส่วนทางการเงิน ยุโรปเผชิญกับปัญหาเรื้อรัง ส่งผลให้หุ้นในตลาดยุโรปส่วนใหญ่มีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ หุ้นยุโรปจึงมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเมื่อผ่านพ้นปัญหาชั่วคราวเหล่านี้ไปได้หุ้นยุโรปมีโอกาสกลับมาเติบโตอีกครั้ง
  • ตลาดหุ้นอินเดีย ค่าเงินแข็งค่า รัฐบาลแข็งแกร่ง – เศรษฐกิจอินเดียได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเงินรูปีที่กลับมาแข็งค่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ฐานเสียงของรัฐบาลที่แข็งแกร่งจากความสำเร็จของนโยบายกวาดล้างการฟอกเงินเมื่อ 2-3 ปีก่อนที่เริ่มส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ดัชนี SENSEX* เริ่มไม่ปรับตัวลงตามตลาดโลก แสดงถึงความแข็งแกร่งของการเติบโตที่มีโอกาสมาพร้อมกับการกลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ขอบอกไว้ตรงนี้สักหน่อยว่าประเทศที่มี GDP สูงที่สุดในโลกไม่ใช่จีนแล้วนะแต่เป็นอินเดีย

*ดัชนี SENSEX คือดัชนี S&P Bombay Stock Exchange Sensitive Index หรือ BSE SENSEX ของตลาดหุ้นอินเดียซึ่งเป็นดัชนีที่รวมหุ้นใหญ่ที่สุด 30 ตัวของอินเดียเอาไว้ (คล้ายๆ SET50 บ้านเรา)

ลงทุนปี 2019 TMB Advisory
ดัชนี BSE SENSEX ไม่มีการทำจุดต่ำสุดใหม่แล้ว แม้ตลาดโลกยังคงอยู่ในขาลง
ที่มา: Tradingview.com, (ข้อมูลวันที่ 11 มกราคม 2019)

สินทรัพย์บางกลุ่มที่ต้องจับตา

  • หุ้นกลุ่ม Healthcare เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจในระยะยาว เพราะกำไรของกลุ่มยังเติบโตในอัตราที่สูงจากการที่ประเทศต่างๆทยอยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนมีแนวโน้มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากประเด็นสงครามการค้าและปัญหาเรื้อรังทางการเมืองต่างๆ ในทางกลับกันก็ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในประเทศที่ถูกกระทบโดยตรงจากสงครามการค้า เช่น ออสเตรเลีย หรือฮ่องกง
  • ตราสารหนี้ อีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในช่วงเวลาอันผันผวน โดยนักลงทุนควรลงทุนในตราสารหนี้เครดิตเรตติ้งดี (Investment Grade) และพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุกลาง-ยาว การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัว จึงมีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางในแต่ละประเทศจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีกับพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้เครดิตเรทติ้งดี อย่างไรก็ตามควรชะลอการลงทุนในตราสารหนี้ประเภท High Yield เนื่องจากมีมูลค่าที่ค่อนข้างแพงแล้ว
  • กลุ่มสินค้าโภคภัณท์ (Commodity) ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่ควรมีเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ไม่ควรมีเกิน 10% ของพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันการเสียโอกาส งดลงทุนในน้ำมันจากความผันผวนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และความกังวลด้านอุปสงค์และอุปทานการผลิตจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง
  • ในมุมของประเทศไทยของเรา เชื่อว่ามีปัจจัยสำคัญ 3 ปัจจัยด้วยกันที่ควรจับตามองคือ
    • การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้นโยบายที่ค้างคาอยู่ไหลลื่นต่อไปด้วยดี เป็นผลบวกกับความมั่นใจของภาคเอกชน ส่งผลให้มีโอกาสเห็นภาคเอกชนกลับมาลงทุนอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง
    • นโยบายการลงทุนครั้งใหญ่ของรัฐบาลหลังพิธีราชาภิเษก ซึ่งจะมาทดแทนภาคการท่องเที่ยวและส่งออกที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้มีการกระจายรายได้สู่ประชาชน, สร้างความเชื่อมั่นและคาดว่าจะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
    • ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นจะส่งผลเชิงลบกับบริษัทที่มีหนี้สูง การลงทุนในช่วงหลังจากนี้จึงควรหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีหนี้มาก

สุดท้ายไม่ว่าคุณจะลงทุนในอะไร คำแนะนำของผมก็คืออยากให้ทุกคนจัดพอร์ตบริหารความเสี่ยงในการลงทุนให้เหมาะสมต่อสถานการณ์และช่วงวัฏจักรของเศรษฐกิจ อย่างในช่วงท้ายของวัฎจักรเศรษฐกิจแบบในปี 2019 นี้

จากข้อมูลย้อนหลัง สินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดี ชนะสินทรัพย์อื่นๆมักจะเป็นสินค้าโภคภัณท์อย่างเช่นทองคำ หรือหุ้นในตลาดที่ได้รับผลกระทบมากมาก่อนหน้านี้ แต่ยังมีการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวที่แข็งแกร่งเช่น อินเดีย,อินโดนีเซีย อย่างประเทศไทยของเราก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผมจับตามองเสมอ เพราะปัจจุบัน P/E ของตลาดหุ้น SET โดยรวมลดลงมาเหลือเพียง 14-15 เท่า ถือว่าถูกลงมากเมื่อเทียบกับใน 5 ปีก่อนที่เคยอยู่สูงถึง 19-22 เท่า

การลงทุนไม่ใช่การพนัน การจัดพอร์ตบริหารความเสี่ยงการลงทุนที่ดีจึงมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะทำให้นักลงทุนมีผลกำไรต่อเนื่องในระยะยาวแล้วยังลดความเสี่ยงและความผันผวนของการลงทุนได้อีกด้วย แต่ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะจัดพอร์ตการลงทุนแบบไหน หรือไม่มีเวลาดูแลติดตามข้อมูลข่าวสาร สามารถปรึกษาที่ TMB Advisory ซึ่งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการลงทุนได้

รับคำแนะนำ ปรึกษา หรือรับข่าวสารการลงทุนดีๆ ได้ฟรี! ไม่มีข้อผูกมัด ผ่านช่องทางมากมาย
แอดไลน์ : @TMBadvisory
www.tmbbank.com/fb/advisorych2

สอบถาม/ซื้อขายกองทุน โทร. 1558 กด#9
ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาขาผ่านการจองคิวล่วงหน้า
www.tmbbank.com/fb/advisorych2

เมื่อมีวิธีที่ชัวร์แล้วจะมัวไปเสี่ยงทำไม? มาจัดพอร์ตการลงทุนกันเถอะ
ยังไม่มีที่ปรึกษาที่ใช่? ลองปรึกษา TMB Advisory แล้วหรือยัง?

ขอให้โชคดีกับการลงทุนครับ
Buffettcode

ข้อมูลหุ้น กองทุน บทความธุรกิจและการตลาดดีๆ
แอดไลน์กันไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาส “เปลี่ยนชีวิต”
http://bit.ly/buffettcode